โรคซึมเศร้า หรือ ภาวะซึมเศร้ารุนแรง (อังกฤษ: Major depressive disorder, Clinical depression, Major depression, Unipolar depression) เมื่อความผิดปกติของจิตใจซึ่งมีลักษณะโดยรวมคือ มีภาวะซึมเศร้าร่วมกับการขาดความเคารพตนเอง รวมทั้งมีภาวะสิ้นยินดี (anhedonia) คือไม่มีความสนใจหรือพึงพอใจในกิจกรรมที่ตัวเองปฎิบัติโดยปกติเป็นที่น่าพึงพอใจ ชื่อโรคเป็นทางการนี้ในภาษาอังกฤษ “major depressive disorder” ถูกเลือกขึ้นมาโดยสมาคมจิตเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา (American Psychiatric Association) เพื่ออธิบายกลุ่มอาการเหล่านี้ในเกณฑ์การวินิจฉัยโรคทางจิตเวช Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ในปี ค.ศ. 1980 และถูกใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่บัดนั้น ส่วนคำว่า ภาวะซึมเศร้า (depression) นั้นมักใช้อธิบายความผิดปกติแต่สามารถใช้เพื่ออธิบายชนิดของภาวะซึมเศร้าทั่วไปอื่นๆ ซึ่งในทางคลินิกและทางการวิจัยอื่นๆแล้วนั้นมักใช้คำศัพท์ที่แน่นอนกว่านี้ โรคซึมเศร้าเป็นภาวะผิดปกติซึ่งส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้ป่วย ชีวิตการเรียนหรือการทำงาน พฤติกรรมการนอนและการกิน รวมทั้งสุขภาพโดยทั่วไป ในสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าถึงประมาณร้อยละ 3.4 ที่ฆ่าตัวตายและมากถึงร้อยละ 60 ของผู้ที่ฆ่าตัวตายมีภาวะซึมเศร้าหรือความผิดปกติทางอารมณ์อื่นๆ
1. ปวดหัว ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง (แมกนีเซียม) กินวันละ ๕ ขีดและกินปลาทูอีกวันละ ๒
ตัว(น้ำมันปลาลดการอักเสบได้) หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ค่ะ
2. เป็นหวัด ไอ จามบ่อย ให้หมั่นแปรงลิ้นและกินกระเทียม, หอม, พริกให้มากเข้าไว้
3. แพ้ฝุ่นละออง ไรฝุ่น หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวานจัดมากิน
4. ไขมันในเลือดสูง แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัวตับพังก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ๑๐ กลีบ
กับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว
5. ไขข้ออักเสบ หาปลาเนื้อมันกินวันละ ๒ ขีด เช่นปลาทู, ปลาสวาย, ปลาแซลม่อน, ปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่าหรือแม้แต่ปลากระป๋อง
6. กระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย ให้กินน้ำกระเจี๊ยบไม่หวานจัดวันละ ๓ มื้อ หรือน้ำแครนเบอรี่ของฝรั่งในปริมาณเท่ากัน ( เปรี้ยวจัดมาก)
7. ท้องอืด แก๊สมาก ให้กินกล้วยหักมุกปิ้งหรือขิงบ่อย ๆ
8. โรคหืดหอบ ไอเรื้อรัง กินต้มยำไก่, กินหัวหอมใหญ่, หอมแดง, ต้นหอมและเอาหอมซุกไว้ใต้หมอน
9. นอนไม่หลับ ตักน้ำผึ้งกินก่อนนอนสักวันละ ๒ ช้อนโต๊ะ ถ้าหาน้ำผึ้งไม่ได้ใช้น้ำตาลทราย ๒ ช้อนโต๊ะแทน ถ้าอยากให้หลับสบายเพิ่มเติมขี้เหล็กและมะรุมเข้าไปหน่อย
10. วัยทอง วูบวาบ อารมณ์ปรวน ให้กินปลาทูน่าให้มากและกินเต้าหู้เหลืองวันละ ๑ แผ่น ถ้ากินเต้าหู้แล้วเบื่อให้สลับกับถั่วลิสงวันละ ๑ กำมือก็ได้
11. ความดันสูง ต้องตัดบุหรี่และอาหารเค็ม ลองหาข้าวโอ๊ตไม่ขัดสีมากินและผักขึ้นฉ่ายสดหรือปั่นก็ได้ จะช่วยคุมความดันให้ดีขึ้น
12. มะเร็งปอดทางเดินหายใจ ให้กินเสาวรส ฝรั่ง ส้ม มะนาว มะขามป้อม มะละกอ มะม่วง ให้มาก เพราะวิตามินซีช่วยสมานหลอดเลือดในปอดได้ดี แต่ต้องระวังวิตามินเอโดยเฉพาะผู่ที่ยังสูบบุหรี่อยู่
13. มะเร็งเต้านม ให้กินบร็อคโคลีหรือคะน้าวันละ ๕ ขีด
14. ความจำไม่ดี ให้กินปลาทูวันละ ๒ ขีด หอยแครงและหอยนางรมซึ่งมีธาตุสังกะสีช่วยสมองได้
15. เวียนหัว คลื่นไส้ง่าย ให้หาอาหารทำจากขิงรับประทาน เช่น ปลาผัดขิง ไก่ผัดขิง, น้ำขิง, ชาขิงหรือเต้าฮวย
16. ท้องผูก ชงน้ำผึ้งดื่มวันละ ๓ ช้อนโต๊ะและให้กินน้ำมะขามต้มติดเนื้อมาก เช้า เย็น
17. โรคกระเพาะอาหาร หากล้วยหักมุกปิ้งกิน, กินกล้วยหรือกินผักกระ หล่ำปลีให้มาก
18. หงุดหงิดง่าย ให้กินอาหารร่าเริง คือ ข้าวเ หนียวดำ ข้าวโพด กลอย กล้วยหอมและปลาทู
19. กระดูกพรุน ให้กินงาดำวันละ ๔ ช้อนโต๊ะ (ได้แคลเซียมเท่ากับเม็ดใหญ่) มะม่วงจิ้มกะปิและสับปะรดซึ่งมีธาตุสมานกระดูดอยู่มาก ( แมงกานีส)
20. ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน กินแอปเปิ้ลเขียววันละ ๑-๒ ผล หรือน้ำแอปเปิ้ลเขียวปั่นทั้งกาก จะเป็นการล้างพิษในตัวด้วย
21. เจ็บอก โรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ กินปลาทะเล น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน ผลอโวคาโดเพราะเหล่านี้มีไขมันดีไปช่วยขับตะกรันน้ำมันเก่าออก ถ้าชอบดื่มชาให้หาชาเขียวสดมาชงดื่มเองวันละถ้วย
22. เบาหวาน ถามหา ให้เลี่ยงแป้งกับน้ำตาลและกินผักเขียวจัดอย่างคะน้า บร็อคโคลี ผักโขมให้มาก ถ้าอยากหวานให้กินส้มโอและฝรั่งเพราะมีน้ำตาลอยู่น้อยมาก
หรือว่าใครมีอะไรเพิ่มเติมก็ช่วยกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้นะ…คะ
เกษตรทฤษฎีใหม่เป็นแนวทางที่เกษตรกรชาวไทยควรจะนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ในการทำการเกษตรซึ่งถ้าหาว่าเรานำหลักปรัชเศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ มาผสมผสานกันก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากๆๆ
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการที่เราน่าจะนำมาปฏิบัติ และแนวทางปฏิบัติของ ทฤษฎีใหม่ เป็นแนวทางในการพัฒนาที่นำไปสู่ความสามารถนำไปใช้ในการพึ่งตนเองในชีวิต ในระดับต่าง ๆ อย่างเป็นลำดับขั้นตอน โดยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับความผันแปรของธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่าง ๆ โดยอาศัยความ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข มีความรู้ และคุณธรรม เป็นเงื่อนไขในการคิดการตัดสินใจแล้วรู้จักความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มีความรู้ ความเพียรและความอดทน สติและปัญญา การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และความสามัคคี
เศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายกว้างกว่าทฤษฎีใหม่โดยที่เศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบแนวคิดที่ชี้บอกหลัก
การและแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหม่ในขณะที่ แนวพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแนว
ทางการพัฒนาภาคเกษตรอย่างเป็นขั้นตอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เป็นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรมเฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสมอาจจะเป็นภาพที่ทุกคนติดตาว่าการทำเกษตรทฤษฎีใหม่คือเศรษฐกิจพอเพียงแต่จริงแล้ว ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ได้นำหลักปรัชญาช่วยในกระบวนการคิด สอดแทรกให้มีความสมบูรณ์ขึ้น
ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ อาจเปรียบเทียบกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือแบบพื้นฐานกับแบบก้าวหน้า ได้ดั้งนี้
ความพอเพียงในระดับบุคคลและครอบครัวโดยเฉพาะเกษตรกร เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐานเทียบ
ได้กับทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ที่มุ่งแก้ปัญหาของเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลแหล่งน้ำ ต้องพึ่งน้ำฝนและประสบความเสี่ยงจากการที่น้ำไม่พอเพียง แม้กระทั่งสำหรับการปลูกข้าวเพื่อบริโภค และมีข้อสมมติว่า มีที่ดินพอเพียงในการขุดบ่อเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวจากการแก้ปัญหาความเสี่ยงเรื่องน้ำ จะทำให้เกษตรกรสามารถมีข้าวเพื่อการบริโภคยังชีพในระดับหนึ่งได้ และใช้ที่ดินส่วนอื่น ๆ สนองความต้องการพื้นฐานของครอบครัว รวมทั้งขายในส่วนที่เหลือเพื่อมีรายได้ที่จะใช้เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่สามารถผลิตเองได้ ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวให้เกิดขึ้นในระดับครอบครัว
อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่ง ในทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ก็จำเป็นที่เกษตรกรจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากชุมชน
ราชการ มูลนิธิ และภาคเอกชน ตามความเหมาะสม ความพอเพียงในระดับชุมชนและระดับองค์กรเป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า
ทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 2 เป็นเรื่องของการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์หรือการที่ธุรกิจต่าง ๆ รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายวิสาหกิจ กล่าวคือ เมื่อสมาชิกในแต่ละครอบครัวหรือองค์กรต่าง ๆ มีความพอเพียงขั้นพื้นฐานเป็นเบื้องต้นแล้วก็จะรวมกลุ่มกันเพื่อร่วมมือกันสร้างประโยชน์ให้แก่กลุ่มและส่วนรวมบนพื้นฐานของการไม่เบียดเบียนกัน การแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามกำลังและความสามารถของตนซึ่งจะสามารถทำให้ ชุมชนโดยรวมหรือเครือข่ายวิสาหกิจนั้น ๆ เกิดความพอเพียงในวิถีปฏิบัติอย่างแท้จริง
ความพอเพียงในระดับประเทศ เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 3 ซึ่งส่ง
เสริมให้ชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจสร้างความร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ ในประเทศ เช่น บริษัทขนาดใหญ่ธนาคาร สถาบันวิจัย เป็นต้น
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในลักษณะเช่นนี้จะเป็นประโยชน์ในการสืบทอดภูมิปัญญา แลกเปลี่ยน
ความรู้ เทคโนโลยี และบทเรียนจากการพัฒนา หรือร่วมมือกันพัฒนา ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ประเทศอัน
เป็นสังคมใหญ่อันประกอบด้วยชุมชน องค์กร และธุรกิจต่าง ๆ ที่ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงกลายเป็นเครือข่ายชุมชนพอ
เพียงที่เชื่อมโยงกันด้วยหลัก ไม่เบียดเบียน แบ่งปัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในที่สุด หรือว่าใครที่มีความคิดเห็นในเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือจะเติมเต็มให้มากกว่านี้ นำประสบการที่ได้รับมาเล่า ถ่ายทอดแสดงความคิดให้ได้นะครับ…เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนอื่นด้วย…ในเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่
ใกล้จะถึงวันครูอีกแล้ว…ฟังเพลงพระคุณที่สาม แล้วคิดถึงคุณครูที่น่ารักทุกคนเลย…คิดถึงวันเก่าๆที่เราเคยทำอะไรให้ครูทุกใจมากๆๆมาวันนี้ถึงได้รู้ว่าการเป็นครูเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่มีอะไรมาเปรียบได้…การจะเป็นครูนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครๆจะเป็นได้…บทเพลงพระคุณที่สามจึงเหมาะที่จะนำมาให้ทุกคนฟังลองฟังดูนะคะ…อย่าลืมช่วยกันแสดงความคิดเห็นอวยพรให้ครูของเรากันนะคะ…
ฟังเพลง ก็คิดถึง
ศิลปิน The Small Dream
อัลบั้ม Small Dream Project
เนื้อเพลง ก็คิดถึง – The Small Dream
( เป้ ) แม้ว่าโลกจะหมุนสักกี่วัน แต่ความผูกพันไม่เคย เปลี่ยนเลยไม่ว่าจะนานแสนนานสักเท่าไร
( โมทย์ ) ความผูกผันลึกซึ้งระหว่างเรา ไม่อะไรมาทดแทนได้ ยังได้ยินเสียงได้ฟังได้รับรู้
( นุ๊ก ) วันเวลาที่มันยังหมุนผ่าน ก็ขอให้มันผ่านไป ช้าๆ ยังมีอะไรให้เราต้องทำอีกมากมาย
( รวม ) ** ก็คิดถึง (ก็คิดถึง ) จะส่งใจถึงกัน ก็ยังเป็นห่วง แม้เราจะผ่านอะไรมามากมาย จะเป็นยังไงขอมีเราเป็นพื่อนกัน อยู่ตรงนี้ อยากให้รู้ว่าเรานั้นยังรักกัน และยังคงอยู่ข้างกายไม่ห่างหายไป จะเหนื่อยเพียงใด พวกเราจะฝ่าฟันไป ไม่ทิ้งกัน
(เจี๊ยบ) เวลาที่พวกเรานั้นต้องห่างไปก็รู้ว่าเราไม่เคย เปลี่ยนเลย รู้สึกดีๆของเรายังคงอยู่
( เอ๊กซ์ & โชค ) ยามชีวิตคนไหนมันอ่อนแอ โชค จิตใจพ่ายแพ้และล้มลง ยังมีพวกเราที่คอยห่วงใยกัน
( Boyscout ) วันเวลาที่มันยังหมุนผ่าน ก็ขอให้มันผ่านไป ช้าๆ ยังมีอะไรให้เราต้องทำอีกมากมาย
( ** ) ( Solo ) ( ** หมู่จนจบ )
ทฤษฎีหมวกสีฟ้า Blue Hat หมายถึง การดูแล การจัดการ สีนำเงินมาจากท้องฟ้า ที่อยู่ด้านบน คอยดูแลจัดการขั้นตอนต่างๆ เป็นการควบคุมและการบริหารกระบวนการคิด (มักเป็นบทบาทของหัวหน้า)ทฤษฎีหมวกสีฟ้ามักจะเป็นผู้นำในการคิดใช้หมวกใบนี้ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. แกนนำ นายกเทศมนตรี รัฐมนตรี นายกรัฐมนตร๊ ผู้นำประเทศ นั่นเอง หมวกใบนี้ฟังแล้วดูเป็นผู้นำจังเลย….หรือว่าใครอยากจะมีอะไรเสริมอีกคะ….เกี่ยวกับหมวกทฤษฎีหมวกสีฟ้า
หมวกสีเขียว คือ คิดสร้างสรรค์ Green Hat หมายถึง การคิดสร้างสรรค์ ความคิดใหม่ๆ สีเขียวแทนต้นไม้ เพราะต้นไม้จะมีการเจริญเติบโต งอกงามออกมาเสมอๆ ถ้าเราใช้หมวกใบนี้ในการคิดก็จะมีจินตนาการเรื่องใหม่ๆ หมวกสีเขียวคิดในสิ่งที่สร้างสรรค์สิ่งที่อาจจะเป็นไปไม่ได้ ค้นหาสิ่งใหม่ๆนั่นเองหรือใครมีความคิดเห็นใดๆที่เกี่ยวกับการคิดแบบ หมวกสีเขียวบ้างคะ….
ทฤษฎีหมวกสีดำ Black Hat หมายถึง ข้อบกพร่อง ข้อควรระวัง จุดอ่อน สีดำมาจากเสื้อคลุมของผู้พิพากษา เพราะท่านเหล่านั้นจะทำหน้าที่คอยตรวจเช็คความถูกต้อง ทฤษฎีหมวกสีดำคือ คิดหาข้อบกพร่องและจุดอ่อน ที่มีในเรื่องนั้น อาจจะคิดในมุมมองด้านลบ สิ่งที่เป็นจุดด้วยของคนเรา จะว่าไปก็คงจะเป็นการหาข้อผิดพลาดนั่นเอง….ใครมีอะไรเพิ่มเติมก็ช่วยกันแสดงความคิดเห็นได้นะครับ…ทฤษฎีหมวกสีดำ
Yellow Hat หมวกสีเหลือง คือ คิดหาข้อบกพร่องและจุดอ่อน เป็นการคิด ในด้านบวก สีเหลืองมาจากแสงอาทิตย์… เพราะแสงอาทิตย์สำหรับคนต่างชาติถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก เป็นการคิดแบบมองในด้านจุดอ่อน ของเรื่องนั้น ๆ ค่ะ ลองช่วยกันบอกวิธีคิดแบบหมวกสีเหลืองด้วยนะคะ
ทฤษฎีหมวกสีแดง Red Hat หมวกสีแดง คือ คิดเชิงอารมณ์ ความรู้สึก โดยสีแดงมาจากไฟค่ะ….เมื่อเราคิดอะไรก็ตามโดยการเอาอารมณ์มาเป็นที่ตั้งก็จะทำให้ความคิดของเรามีแต่การใช้ความรู้สึก…เพื่อนๆลองช่วยกันคิดรูปแบบของการใช้ทฤษฎีหมวกสีแดงดูสิคะ….
