โรคซึมเศร้า หรือ ภาวะซึมเศร้ารุนแรง (อังกฤษ: Major depressive disorder, Clinical depression, Major depression, Unipolar depression) เมื่อความผิดปกติของจิตใจซึ่งมีลักษณะโดยรวมคือ มีภาวะซึมเศร้าร่วมกับการขาดความเคารพตนเอง รวมทั้งมีภาวะสิ้นยินดี (anhedonia) คือไม่มีความสนใจหรือพึงพอใจในกิจกรรมที่ตัวเองปฎิบัติโดยปกติเป็นที่น่าพึงพอใจ ชื่อโรคเป็นทางการนี้ในภาษาอังกฤษ “major depressive disorder” ถูกเลือกขึ้นมาโดยสมาคมจิตเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา (American Psychiatric Association) เพื่ออธิบายกลุ่มอาการเหล่านี้ในเกณฑ์การวินิจฉัยโรคทางจิตเวช Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ในปี ค.ศ. 1980 และถูกใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่บัดนั้น ส่วนคำว่า ภาวะซึมเศร้า (depression) นั้นมักใช้อธิบายความผิดปกติแต่สามารถใช้เพื่ออธิบายชนิดของภาวะซึมเศร้าทั่วไปอื่นๆ ซึ่งในทางคลินิกและทางการวิจัยอื่นๆแล้วนั้นมักใช้คำศัพท์ที่แน่นอนกว่านี้ โรคซึมเศร้าเป็นภาวะผิดปกติซึ่งส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้ป่วย ชีวิตการเรียนหรือการทำงาน พฤติกรรมการนอนและการกิน รวมทั้งสุขภาพโดยทั่วไป ในสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าถึงประมาณร้อยละ 3.4 ที่ฆ่าตัวตายและมากถึงร้อยละ 60 ของผู้ที่ฆ่าตัวตายมีภาวะซึมเศร้าหรือความผิดปกติทางอารมณ์อื่นๆ
1. ปวดหัว ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง (แมกนีเซียม) กินวันละ ๕ ขีดและกินปลาทูอีกวันละ ๒
ตัว(น้ำมันปลาลดการอักเสบได้) หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ค่ะ
2. เป็นหวัด ไอ จามบ่อย ให้หมั่นแปรงลิ้นและกินกระเทียม, หอม, พริกให้มากเข้าไว้
3. แพ้ฝุ่นละออง ไรฝุ่น หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวานจัดมากิน
4. ไขมันในเลือดสูง แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัวตับพังก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ๑๐ กลีบ
กับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว
5. ไขข้ออักเสบ หาปลาเนื้อมันกินวันละ ๒ ขีด เช่นปลาทู, ปลาสวาย, ปลาแซลม่อน, ปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่าหรือแม้แต่ปลากระป๋อง
6. กระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย ให้กินน้ำกระเจี๊ยบไม่หวานจัดวันละ ๓ มื้อ หรือน้ำแครนเบอรี่ของฝรั่งในปริมาณเท่ากัน ( เปรี้ยวจัดมาก)
7. ท้องอืด แก๊สมาก ให้กินกล้วยหักมุกปิ้งหรือขิงบ่อย ๆ
8. โรคหืดหอบ ไอเรื้อรัง กินต้มยำไก่, กินหัวหอมใหญ่, หอมแดง, ต้นหอมและเอาหอมซุกไว้ใต้หมอน
9. นอนไม่หลับ ตักน้ำผึ้งกินก่อนนอนสักวันละ ๒ ช้อนโต๊ะ ถ้าหาน้ำผึ้งไม่ได้ใช้น้ำตาลทราย ๒ ช้อนโต๊ะแทน ถ้าอยากให้หลับสบายเพิ่มเติมขี้เหล็กและมะรุมเข้าไปหน่อย
10. วัยทอง วูบวาบ อารมณ์ปรวน ให้กินปลาทูน่าให้มากและกินเต้าหู้เหลืองวันละ ๑ แผ่น ถ้ากินเต้าหู้แล้วเบื่อให้สลับกับถั่วลิสงวันละ ๑ กำมือก็ได้
11. ความดันสูง ต้องตัดบุหรี่และอาหารเค็ม ลองหาข้าวโอ๊ตไม่ขัดสีมากินและผักขึ้นฉ่ายสดหรือปั่นก็ได้ จะช่วยคุมความดันให้ดีขึ้น
12. มะเร็งปอดทางเดินหายใจ ให้กินเสาวรส ฝรั่ง ส้ม มะนาว มะขามป้อม มะละกอ มะม่วง ให้มาก เพราะวิตามินซีช่วยสมานหลอดเลือดในปอดได้ดี แต่ต้องระวังวิตามินเอโดยเฉพาะผู่ที่ยังสูบบุหรี่อยู่
13. มะเร็งเต้านม ให้กินบร็อคโคลีหรือคะน้าวันละ ๕ ขีด
14. ความจำไม่ดี ให้กินปลาทูวันละ ๒ ขีด หอยแครงและหอยนางรมซึ่งมีธาตุสังกะสีช่วยสมองได้
15. เวียนหัว คลื่นไส้ง่าย ให้หาอาหารทำจากขิงรับประทาน เช่น ปลาผัดขิง ไก่ผัดขิง, น้ำขิง, ชาขิงหรือเต้าฮวย
16. ท้องผูก ชงน้ำผึ้งดื่มวันละ ๓ ช้อนโต๊ะและให้กินน้ำมะขามต้มติดเนื้อมาก เช้า เย็น
17. โรคกระเพาะอาหาร หากล้วยหักมุกปิ้งกิน, กินกล้วยหรือกินผักกระ หล่ำปลีให้มาก
18. หงุดหงิดง่าย ให้กินอาหารร่าเริง คือ ข้าวเ หนียวดำ ข้าวโพด กลอย กล้วยหอมและปลาทู
19. กระดูกพรุน ให้กินงาดำวันละ ๔ ช้อนโต๊ะ (ได้แคลเซียมเท่ากับเม็ดใหญ่) มะม่วงจิ้มกะปิและสับปะรดซึ่งมีธาตุสมานกระดูดอยู่มาก ( แมงกานีส)
20. ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน กินแอปเปิ้ลเขียววันละ ๑-๒ ผล หรือน้ำแอปเปิ้ลเขียวปั่นทั้งกาก จะเป็นการล้างพิษในตัวด้วย
21. เจ็บอก โรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ กินปลาทะเล น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน ผลอโวคาโดเพราะเหล่านี้มีไขมันดีไปช่วยขับตะกรันน้ำมันเก่าออก ถ้าชอบดื่มชาให้หาชาเขียวสดมาชงดื่มเองวันละถ้วย
22. เบาหวาน ถามหา ให้เลี่ยงแป้งกับน้ำตาลและกินผักเขียวจัดอย่างคะน้า บร็อคโคลี ผักโขมให้มาก ถ้าอยากหวานให้กินส้มโอและฝรั่งเพราะมีน้ำตาลอยู่น้อยมาก
หรือว่าใครมีอะไรเพิ่มเติมก็ช่วยกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้นะ…คะ
พระพุทธรูปพูดได้ อยู่ที่วัดศรีชุม หรือ วัดฤๅษีชุม เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ซึ่งมีนามว่า “พระอจนะ”หรือพระพุทธรูปพูดได้ ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ….คือเมื่อในสมัยอยุธยา เมื่อครั้งสมเด็จสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกาศอิสรภาพในปี พ.ศ. 2127 ที่เมืองแครง ทำให้หัวเมืองต่าง ๆ ยกเลิกการส่งส่วยให้กับพม่า แต่ยังมีเมืองเชลียง ( สวรรคโลก) ที่ไม่ยอมทำตามพระราชโองการของพระองค์ พระองค์จึงนำทัพเสด็จมาปราบเมืองเชลียง และได้มีการมาชุมนุมทัพที่วัดศรีชุมแห่งนี้ก่อนที่จะไปตีเมืองเชลียง และด้วยการรบในครั้งนั้นเป็นการรบระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกัน ทำให้เหล่าทหารไม่มีกำลังใจในการรบไม่อยากรบ สมเด็จพระนเรศวรจึงได้วางแผนสร้างกำลังใจให้กับทหารโดยการให้ทหาร คนหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปทางด้านหลังองค์พระ และพูดให้กำลังใจแก่เหล่าทหาร ทำให้ทหารเกิดกำลังใจที่จะต่อสู้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดตำนานพระพูดได้ที่วัดศรีชุมแห่งนี้ และพระนเรศวรยังได้มีการทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาขึ้นที่วัดแห่งนี้ด้วย จึงเป็นที่มาของพระพุทธรูปพูดได้
เรื่อง ธรณีสูบ เป็นเรื่องจริงในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อ 2514 ลงหนังสือพิมพ์ด้วย ที่อำเภออุ้มผาง
จ.ตาก (ลูกไล่ตีแม่) และเมื่อ 19 พ.ย.2543 ที่ INDIA เป็นแผ่นดินแยกกว้างแล้วม้วนเป็นคลื่น…คล้ายคลื่นทะเล…
จมหายไปในแผ่นดิน…แล้วแผ่นดินก็ปิดมิดชิดเหมือนปกติ น่ากลัวจังเลยเนอะ….ธรณีสูบ
เรื่องธรณีสูบนีืมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้วค่ะ…..และอีก 4 อย่างที่กรรมจะตามในชาตินี้ ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า 1) ทำร้ายพระพุทธเจ้า 2) ทำร้ายปัจเจกพระพุทธเจ้า 3)ทำร้ายพระอรหันต์ 4) ทำร้ายบิดา มารดา ก่อนพระเทวทัต จะถูกธรณีสูบ ก็เป็นไข้นานถึง 9 เดือน อาพาธหนักนี่ก็เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับธรณีสูบค่ะ
ข้อแนะนำไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

1. ขณะนี้องค์การอนามัยโลก ยังไม่ห้ามการเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2. ประชาชนรายใดที่เดินทางกลับจากพื้นที่ที่ระบาดของโรค และมีอาการของไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ มีไข้ ไอ
เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ภายใน 7 วันหลังเดินทางกลับ ควรสวมหน้ากากอนามัย หรือใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้าปิดปากจมูกทุกครั้งที่ไอ จาม และรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและแจ้งประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบด้วย และกรณีที่อาการไม่รุนแรง แพทย์อนุญาตให้รักษาตัวที่บ้าน ควรหยุดงาน หยุดเรียนและงดไปในที่ชุมนุมชน เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจายเชื้อให้กับผู้อื่น
3. การป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1เอ็น 1
-รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะผักผลไม้ ดื่มน้ำสะอาด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการสูบ บุหรี่ ดื่มสุรา
- หมั่นล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังไอหรือจาม
- ใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
- รักษาบ้านเรือนให้สะอาด เช็ดเครื่องเรือนและของใช้ในบ้าน โดยเฉพาะโทรศัพท์เป็นประจำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ด้วยผู้ชุบน้ำสบู่หรือผงซักฟอกเจือจาง และเช็ดซ้ำด้วยน้ำสะอาดหรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผล
- เปิดประตูหน้าต่าง ให้อากาศภายในบ้านถ่ายเทโดยสะดวก มีแสงแดดส่องถึง
-หากพบว่ามีผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ภายในบ้านหรือสถานที่ทำงานเดียวกัน ต้องรีบแจ้งสำนักงานสาธารณสุขหรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อดำเนินการป้องกันการระบาดทันที เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ความหมายของคำว่า เมีย (WIFE)
W = without = ปราศจาก
I = Information = แจ้งให้ทราบ
F = Fighting = ต่อสู้ (ทะเลาะ)
E = Every Day = ทุก ๆ วัน
รวมความก็คือ
Without Information Fighting Every day
แปลเป็นไทยก็คือหาเรื่อง ทะเลาะได้ ทุก ๆ วัน โดย ปราศจาก การ แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ในเมื่อทราบกันแล้วว่าความหมายของภรรยา
ก็มาฝั่งสามี กันบ้าง
สามี ความหมายของคำว่า ผัว (HUSBAND)
H Has มี
U Unceasingly ไม่มีหยุดหย่อน
S Shame ละอาย
B But แต่
A Annoyance ความน่ารำคาญใจ
N No ไม่
D Dispute โต้เถียง ทะเลาะ
รวมความก็คือ
Hate Dispute But Seek Unceasingly Annoyance; No Shames
แปลเป็นไทยก็คือ
เกลียดการทะเละแต่ชอบหาเรื่องรำคาญใจมาให้ไม่หยุดหย่อนและไม่มีความละอายใจ
เมียหลวง
คือ ภรรยาที่เคยดีที่สุดในอดีต แต่กาลเวลาและสิ่งแวดล้อมทำลายความดีของเธอ
จนหมดสิ้นในระยะเวลาอันสั้น และทิ้งความโหดร้ายไว้ให้เธอต้องรับผลกรรม คือ
ความจุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น แก่ง่าย ตายยาก พูดมาก กินจุ อ้วนเหมือนหมู ดุเหมือนเสือ
เมียเก็บ
คือ อาหารพิเศษ มีรสชาติแตกต่างจากอาหารธรรมดาทั่วไป เหมาะที่จะกินเป็นครั้ง
เป็นคราว เพื่อแก้เลี่ยน เป็นสินค้ายอดนิยมและมีราคาแพง เงื่อนไขเยอะ
เมียน้อย
คือ ผู้หญิงที่ดีที่สุด ที่ผู้ชายเพิ่งมาค้นพบภายหลัง
เมียแต่ง
คือ ผู้หญิงที่ทรงคุณค่าและคุณผู้ชายอยากจะประทับรอยรักสุดใจขาดดิ้ น แต่ไม่
สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่านี้
เมียเช่า
คือ ผู้หญิงผิวคล้ำ ขี้ร้อน ใช้เสื้อผ้าน้อยชิ้น สูบบุหรี่กินเหล้าเป็นงานอดิเรก รสนิยม
สูง นิยมบริโภคของนอก มีปริมาณความรักขึ้นลงตามกระแสเงินสด
เมียจ๋า
คือ ผู้หญิงหน้าดุเหมือนเสือ ยืนชูไม้ต้นรักเหมือนเทพีสันติภาพ และมีสามีนั่งคุก
เข่าอยู่กับพื้น ประสานมือเหนือหน้าอกเหมือนไหว้เจ้า เพราะมีประวัติเพิ่งทำการ
ละเมิดข้อห้ามร้ายแรงของภรรยาบังเกิดเกล้า ลักษณะตัวสั่น น้ำลายไหลเล็กน้อย
พูดตะกุกตะกักว่า ‘เมียจ๋า’ ซึ่งเป็นคำพูดในความหมาย ขออภัย ไถ่โทษ
เมียกู
คือ ผู้หญิงสวย ขาว หุ่นเพรียวผอม อายุน้อย หน้าตาน่ารัก เพราะยังไม่มีการรวม
ตัวของไขมันและตีนกา พูดจาไพเราะอ่อนหวาน ผู้ชายที่พบเห็นจะเกิดอาการเขื่อน
กั้นน้ำลายพัง ทำให้เอ่อล้นออกมานอกปาก แสดงอาการหึงหวง กีดกันชายอื่นไม่
ให้เข้าใกล้ แสดงความเป็นเจ้าของ ทั้งที่บางครั้งยังไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
เมียบังเกิดเกล้า
คือ ผู้หญิงที่น่าเบื่อที่สุดในโลก ความรู้น้อย บริหารงานไม่เป็น vision เป็นศูนย์
เผด็จการ ชอบใช้อำนาจในทางที่ผิด ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ใช้คำพูดหยาบคาย
บุคลิกภาพน่ารังเกียจ เป็นที่ชิงชังของเพื่อนบ้านและผู้ชายทั่วไป โดยเฉพาะสามี
จากคุณสมบัติที่น่าสยดสยองดังกล่าว ทำให้สามีเกลียด ขยะแขยง คลื่นไส้จนไม่
อยากพูดด้วย ไม่อยากโต้ตอบ ไม่อยากมีเรื่อง สามีที่มีภรรยาประเภทนี้ จึงใช้คำ
พูดอยู่สองคำ คือ ‘ครับ’ และ ‘ใช่ครับ’ และใช้สรรพนามเรียกภรรยาว่า ‘แม่’ มัก
อธิบายให้เพื่อนฟังว่า เรียกตามลูก แต่เพื่อนๆ ไม่แน่ใจว่าเรียกตามลูกหรือเรียก
ด้วยความเคารพยำเกรง เพื่อสวัสดิภาพของตัวเอง และที่สำคัญ ได้ลบคำว่า ‘นอก
ใจ’ออกจากสมองและพจนานุกรมในบ้านเรียบร้อยแล้ว
อันนี้แถม
เมียคนอื่น = หญิง ขาว สวย หมวย X มองยังไงก็ไม่เบื่อ
มองเมื่อไรก็น่ารัก เห็นแล้วอยากเป็นเจ้าของ
แต่ก็หมดสิทธิ์ เพราะแฟนมันมีปืน !!

” น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว ” เป็นประโยคที่คิดว่าเพื่อนๆ หลายคนคงจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว บางคนก็ว่าเป็นส่วนหนึ่งของพุทธทำนาย บางคนก็ว่าเป็นปริศนาพยากรณ์ของยุครัตนโกสินทร์ หรือบางคนอาจจะบอกว่าเป็นเครื่องบอกเหตุเมื่อถึงกลียุค บ้านเมืองวุ่นวาย ในปัจจุบันนี้ แต่ไม่ว่าจะมีที่มาจากที่ใด เหตุการณ์ความแปรปรวนด้านสภาพอากาศที่ผิดปกติไปทั่วโลก แต่นั้นก็เป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดเราก็ไม่ควรที่จะไปคิดอะไรมาก เรื่องดีๆมีอีกเยอะ ถึงแม้ว่า น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว แต่ถ้าเรามีความสุข มีจิตใจที่ดีแล้ว ก็จะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันทำให้สบายใจ ไม่ต้องไปกังวลกับ คำที่ว่า น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว ได้ไปอ่านเจอวิธีทำให้เรามีความสุขในยุคของความวุ่นวายนี้
มี 30 วิธีที่ทำให้เรามีความสุขเลย เอามาฝากเพื่อนๆครับ… ![]()
1. นึกไว้เสมอว่า การโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง
2. ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจกรับรองว่าเขาต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้ง
3. ลองปลูกต้นไม้เองซักต้นการเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้
4. หลับตานิ่งๆสัก 3 นาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน
5. ระหว่างแปรงฟันฮัมเพลงไปด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นเป็น 2 เท่า
6. เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลงจากรสชาติที่ธรรมดา ก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย
7. ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหนก็ต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด
8. การขึ้น-ลงบันไดสูงๆแบบไม่ให้เมื่อย คือ การไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไร
9. คนตาบอดจะเห็นว่าคุณสวยมากๆทันทีที่คุณถามเขาว่า ช่วยพาข้ามถนนไหมคะ
10. เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทานไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่จะหย่อนลงกระป๋องหรอก
11. ควรหัดพูดคำว่า ไม่เป็นไร ให้เคยปากมากกว่าจะพูดคำว่า จะเอายังไง
12. ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ไปสายเหมือนเมื่อก่อน
13. สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง ดังนั้น เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้ จึงเล่าให้มันฟังได้
14. อาหารที่จะไม่ชอบกินตอนเด็กลองตักเข้าปากอีกสักที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด
15. เขียนชื่อคนที่คุณเกลียดใส่กระดาษ แล้วฉีกทิ้ง (หรือแปะไว้ใต้รองเท้าแล้วใส่รองเท้านั้นไปเดินเล่นสักพัก)
ความเกลียดจะเบาบางลงเรื่อยๆ
16. ปล่อยน้ำตาให้ไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้ง จะดูแทบไม่ออกเลยว่าเพิ่งร้องไห้
17. ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆจะทำให้เรายิ้มออกเสมอเมื่อได้เห็นมันอีกครั้ง
18. ก่อนซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมัน ทำให้ได้ 3 ข้อก่อน
19. ถึงเสื้อและกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใสสลับกันไปเรื่อยๆก็จะดูเหมือนมีเยอะขึ้น
20. ซาลาเปา 1 ลูก กินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้ กินได้ 4 คน ถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง
21. เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ ดีกว่าให้คนที่ได้เยอะ จนจำชื่อคนให้ได้ไม่หมด
22. ในวันที่รู้สึกเศร้าหรือเหงาๆเดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองซักดอกก็จะดีขึ้น
23. แอบรักใครสักคน…ยังไงก็ยังดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร
24. ถึงจะไม่ได้ออกไปไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความจะแต่งตัว สวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นี่
25. ฝึกโรแมนติกง่ายๆคนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน
26. ถ้าคุณเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวที่สุดจนสดใสได้ ทำไมถึงจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้
27. พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบ มันอาจจะไม่สนุก แต่ก็มีประโยชน์แฝงอยู่
28. วันที่ตื่นเช้าให้บิดขี้เกียจให้นานที่สุด เท่าที่จะนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกาย
29. แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่าน ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว
30. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน แม่จะได้มีค่าขนมให้คุณเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท
แค่นี้เราก็ไม่ต้องไปคิดมากกับ น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว เพราะว่า เรื่องดีๆมีอีกเยอะ
….เพือนๆลองช่วยกันคิดวิธีที่จะทำให้เรามีความสุขอีกสิครับ….(จะได้สะบายใจไง…5555)….![]()
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่บ้านมนัส บุญจำนงค์ นักชกเหรียญเงินโอลิมปิก จ.ราชบุรี นายมโน นางมาลี บุญจำนงค์
พร้อมด้วยมนัส และนนท์ บุญจำนงค์ 2 นักชกโอลิมปิกได้จัดพิธีทำบุญบ้าน โดยนิมนต์พระสงฆ์มาฉันเพล
พร้อมทั้งได้ทำพิธีเจิมรถบัส 76-14 สายกรุงเทพฯ-ราชบุรี ที่มนัส บุญจำนงค์
ซื้อให้เป็นของขวัญกับพ่อที่อยากจะได้
เวลา 10.00 น. วันนี้ (9 ต.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 714 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอาญานัดฟัง
คำสั่งอุทธรณ์เพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในข้อหากบฏ
และข้อหาอื่นรวม 5 ข้อหา โดยศาลได้เพิกถอนข้อกล่าวหากบฏและสะสมกำลัง ของ 9 แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เห็นว่าเป็นการตั้งข้อหาที่เลื่อนลอย แต่ยังคงข้อหามั่วสุม
ตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายกับบ้านเมือง
นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า เตรียมหารือเรื่องขอประกันตัว
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 2 แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ส่วนเรื่องการมอบตัวของอีก 7 แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คงต้องหารือกันก่อน
ด้าน นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า
เมื่อมีการเพิกถอนข้อหากบฏ ก็พร้อมที่จะเข้ามอบตัวใสข้อหาอื่น เพราะข้อหาที่เหลือเป็นเรื่องเล็ก และจะขอประกันตัวออกมาแต่ถ้าไม่ให้ประกันก็จะให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไปกดดัน ยืนยันว่าการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลยังมีต่อไป จะไม่ถอย นอกจากรอวันถูกสลาย
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ทบ. ยืนยันว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการประสานขอกำลังทหารในการเข้าควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น
ซึ่งล่าสุด ทางทหารได้มีการเคลื่อนกำลังออกจากกองทัพแล้ว โดยเป็นการร่วมมือของ 3 ฝ่าย
คือ กองทัพอากาศ กองทัพบก กองทัพเรือ ซึ่งจะมาดูแลสถานการณ์ทั่วกรุงเทพมหานคร
โดยมั่นใจว่า จะรับมือได้ และการออกมาครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการปฏิวัติ
พ.อ.สรรเสริญ ยืนยันด้วยว่า การเคลื่อนกำลังทหารครั้งนี้ ไม่ถือว่าเป็นเหตุการณ์วิกฤต
แต่ต้องการให้มีความสงบเรียบร้อย




