Jan 4

cow1

ราศีมังกร
?ปี พุทธศักราช 2552 เป็นจุดที่มีดวงชะตาที่ตกและเกิดดับและรุ่งโรจน์ ไม่เกิดก็ตาย ไม่ตายก็เกิด ถ้าสูงวัย ป่วยสุขภาพไม่ดี มีสิทธิ์ตาย โสดอยู่อาจจะตายจากความจนเป็นรวย อาจจะตายจากป่วยเป็นหาย สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควรหาโอกาสไปกราบสักการะคือ กราบนมัสการพระพุทธรูปปางนาคปรก อยู่ ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย องค์นั้นถือว่าเป็นองค์ปฐมกำเนิดของพระพุทธรูปในอาณาจักรชาติไทย ที่นี่เป็นปางนาคปรก 9 เศียร ปกติมีแค่ 7 เศียร หรือสักการะพระพุทธรูปปางนาคปรก 9 เศียร?ในหอพระที่ศาลพระหลักเมือง กราบสักการะพระบรมรูปอดีตบุรพกษัตริย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ที่จ.เชียงราย เหนือสุด สูงสุด จะเป็นสิริมงคล อย่างยิ่ง สิ่งมงคลที่ชาวราศีมังกรควรพกไว้ประจำตัว เป็นเครื่องรางของขลังที่ทำจากกะลา เขี้ยว งา จะทำให้ท่านพ้นจากโพยภัยและอันตรายทั้งปวง?

ราศีกุมภ์
?ชาว ราศีกุมภ์นั้น ตามหลักเกณฑ์ทางโหราศาสตร์ มีดาวราหูเป็นดาวประจำตัว ฉะนั้นสถานที่ที่ควรไปกราบสักการะในปีนี้ ได้แก่ พระนารายณ์ทรงครุฑประทับยืนบนพระราหู หน้าพระอุโบสถ วัดไตรมิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล และควรหาโอกาสไปกราบนมัสการพพระเทพภาวนาวิกรม วัดไตรมิตร ซึ่งท่านเป็นผู้เผยแพร่เรื่องพุทธาเทวานุภาพของพระนารายณ์ทรงครุฑประทับยืน บนพระราหู ไปกราบแล้วขอน้ำพระพุทธมนต์จากท่าน จะเป็นสิริมงคล กราบสักการะพระบรมรูปอดีตบุรพกษัตริย์ในอดีตพระปิยะมหาราช ในวัดเบญจมบพิตรมีพระบรมรูปของท่านอยู่ในวัด ให้ไปกราบขอพรขอพระบารมีจากท่านให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง มีความสุข ความสำเร็จตลอดปี 2552 ของมงคลที่ชาวราศีกุมภ์ ควรมีพกติดตัว ตลอดปี 2552 คือ เหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑประทับยืนบนพระราหู ของท่านเจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตร อาจจะเป็นเหรียญ หรือผ้ายันต์นารายณ์ทรงครุฑฯ พกไว้ติดตัว จะทำให้ท่านแคล้วคลาด แก้เคราะห์ เสริมบารมี เสริมชะตาของท่าน?

ราศีมีน
?ชาว ราศีมีนตามหลักเกณฑ์ทางโหราศาสตร์มีเทพพระพฤหัสบดีอันเป็นเทพตัวแทนแห่ง ปัญญา นักปราชญ์ราชบัณฑิตย์ เป็นผู้ที่มีคุณธรรม มีศีลธรรมประจำใจ ฉะนั้นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควรไปกราบสักการะเพื่อเสริมชะตาราศี ตลอดปี 2552 คือ พระอินทร์ หรือท้าวอัมรินทราธิราชเจ้า ท่านเป็นเทพที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่งนัก คนที่เกิดราศีมีน เป็นราศีแห่งคนมีธรรมะหรือมีบุญกุศลในจิตใจต้องหาโอกาสไปกราบท่าน องค์ที่น่ากราบไหว้น่าบูชาที่สุด อยู่ตรงสี่แยกราชประสงค์ หน้าห้างโซโก้ ทุกครั้งที่ทำบุญไหว้พระ อย่าลืมอุทิศบุญกุศลให้ท่านท้าวอัมรินทราธิราชท่านองค์พระอินทร์ด้วย กราบนมัสการพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ หลวงพ่อพระทองคำ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย ปัจจุบันท่านประดิษฐานอยู่ในพระมหามณฑปที่งดงาม อยู่ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม ขอพระบารมีของหลวงพ่อทองคำให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ความร่มเย็น แคล้วคลาดจากภยันตราย ดุจพระองค์ท่านที่เป็นนิมิตหมายแห่งความเจริญรุ่งโรจน์ของประเทศชาติ ของมงคลที่ชาวราศีมีน ควรมีไว้พกติดตัวตลอดปี 2552 คือ เหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑประทับยืนบนพระราหู ของท่านเจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตร อาจจะเป็นเหรียญหรือผ้ายันต์ พกไว้ติดตัว เหรียญนี้จะปัดเป่าโพยภัยให้คุณโชคดี มีชีวิตที่สดใสไปทั้งปี?

ราศีเมษ
?คุณ ที่เกิดในราศีเมษ เป็นคนที่เกิดราศีเดียวกับดวงเมือง คุณที่เกิดราศีนี้จึงอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงเมืองประเทศไทย ช่วงปีใหม่ ผมแนะนำให้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดังนี้เดินทางทำบุญไหว้พระ 9 วัด เพื่อเสริมชะตาชีวิตกราบนมัสการเจ้าพ่อหลักเมือง ณ ศาลพระหลักเมือง อยู่ข้างวัดพระแก้ว อธิษฐานขอพรให้มีหลักชัยของชีวิต กราบสักการะขอพรจากเทวดาผู้รักษาเมือง คือ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อเจตคุปต์ เจ้าพ่อหอกลอง ณ ศาลพระหลักเมือง สิ่งมงลลเสริมดวงชะตาของคุณคือต้องบูชาพระกริ่งหรือพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตพุทธเจ้า จะช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากโพยภัยทั้งปวง และทำให้ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองครับ?

ราศีพฤษภ
?ปี ที่ผ่านมาราศีพฤษภดวงตกจนรู้สึกจะเซ็งกับชีวิต พอผ่านเข้าปีใหม่ ดวงชะตาโปร่ง โล่ง รุ่งโรจน์ปีเหมือนฟ้าหลังฝน ราศีพฤษภถือว่าเป็นภพกดุมภะของดวงเมือง กดุมภะแปลว่า การเงิน การคลัง ฉะนั้น สถานที่ที่ควรไปไหว้พระเสริมดวงชะตาในปี 2552 นั้น ต้องเกี่ยวกับการเงิน และโชคลาภ จะเป็นสิริมงคลสำหรับชีวิตของท่านครับถ้าไหว้พระ ต้องไปกราบนมัสการหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ,พิจิตร ขอพรให้มีโชคลาภ ถ้าไหว้เทพผมแนะนำไปไหว้องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยะ หรือองค์ท้าวกุเวรหรือท้าวเวสสุวัณ ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งเงินตรา จะช่วยนำพาทำให้คุณมีเงินทองมั่นคง ร่ำรวย ประสบความสำเร็จ องค์ไฉ่ซินเอี้ย องค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่พุทธสถานจีเต็กลิ้ม จังหวัดนครนายก นี่คือสถานที่ที่ชาวราศีพฤษภต้องไปกราบไหว้ขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลในช่วงต้นปีนี้ ฟันธงครับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมดวงชะตาในปี 2552 นี้ ควรบูชาของที่เป็นสิริมงคล เสริมโชคลาภ?

ราศีเมถุน
?ปี พุทธศักราช 2552 เป็นปีที่ต้องระวังยิ่งนักครับ ถ้าคนเรารู้ว่าจะมีเคราะห์ ต้องฟังด้วยความระมัดระวังและวางแผนชีวิตด้วยความไม่ประมาท ดวงชะตาก็จะตกไปประมาณสักมกราคมถึงเมษายน หลังจากวันที่ 20 เมษายน ดวงชะตาจึงจะค่อยๆ ดีขึ้นครับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมดวงชะตา ในปี 2552 นี้ สถานที่ที่เป็นสิริมงคลที่ชาวราศีเมถุนควรไปกราบไปไหว้สักการะ ได้แก่ หลวงพ่อพระแก้วมรกต ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วครับ องค์พระแก้วมรกตถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ชาวราศีเมถุนควรไปกราบไปไหว้ ขอพรในปีนี้ ให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีแก้วแหวนเงินทอง มีเงินไหลมาเทมาตลอดปี 2552 และราศีเมถุนมีพระปางอุ้มบาตรเป็นพระประจำราศี ควรหาโอกาสไปกราบนมัสการ หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร กรุงเทพฯ ที่มีพระองค์โตยืนอุ้มบาตร จะเป็นมงคลสำหรับชีวิตในปี 2552 นี้ครับ?

?สิ่งมงคลเสริมดวงชะตาดวงชะตาปี 2552 นี้ ชาวราศีเมถุนจะต้องระวังเรื่องอุบัติเหตุ ฉะนั้นคุณจะต้องหาหลวงปู่ทวด เป็นพระที่มีพุทธานุภาพคุ้มครองให้พ้นจากอุบัติเหตุเภทภัยใน การขับรถยนต์และอุบัติเหตุจากการเดินทางครับ หาบูชาไว้พกติดตัว ติดรถ จะทำแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายต่าง ๆ ทั้งปวง รวมไปถึงตะกรุดเป็นเครื่องรางของโบราณที่ทำให้คุณแคล้วคลาดอีกสิ่งหนึ่งครับ จะเป็นตะกรุดของวัดใดก็ได้ เลือกวัดที่ทำพิธีที่ถูกต้อง หาไว้ติดตัว?
ราศีกรกฎ
?ปี พุทธศักราช 2552 ดวงชะตาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย สลับสับเปลี่ยน ชาวราศีกรกฎเป็นราศีแม่ธาตุน้ำ น้ำนั้นแปลว่ามีพลังที่จะก่อให้เกิดความเป็นคลื่นลมได้อยู่ตลอดเวลาเหมือน น้ำในทะเล ซึ่งไม่สามารถจะคาดการณ์อะไรได้ คุณที่เกิดในราศีกรกฎ เป็นราศีธาตุน้ำ ปี 2552 ต้องไปกราบนมัสการพระพุทธรูปที่อยู่ติดน้ำครับ องค์สำคัญในประเทศไทย ผมเห็นว่ามีอยู่ 2 องค์ กราบนมัสการ หลวงพ่อพระพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา วัดหลวงพ่อโสธรอยู่ติดแม่น้ำบางปะกงครับ เป็นพระปางสมาธิ เป็นพระที่จะเสริมราศีให้กับชาวราศีกรกฎในปี 2552 ครับ?

?หรือกราบนมัสการหลวงพ่อพระพุทธไตรรัตนนาย วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ติดแม่น้ำ สองสายบรรจบกันหน้าวัดพอดี ตรงจุดนี้แหละครับ จะเป็นจุดที่คุณไปไหว้ไปกราบสักการะ จะเสริมชะตาราศีเป็นอย่างดี?

?กราบสักการะพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ พระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์มีพระราชลัคนาอยู่ราศีกรกฎ ตั้งโต๊ะบวงสรวง หาดอกไม้พวงมาลัยไปกราบสักการะ ขอพรจากพระองค์ท่านให้มีชัยชนะ ให้แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง และอย่าลืมอุทิศบุญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแก่พระองค์ จะเป็นมหากุศล และพระบารมีจะคุ้มครองท่านตลอดปี 2552?

?เมื่อท่านได้ไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ใกล้น้ำแล้ว คุณควรจะมีของมงคลที่เป็นน้ำด้วยเช่นกันครับ ไปไหว้พระที่ใดก็ตามที ให้คุณเตรียมขวดหรือถุงไปตักน้ำมนต์แล้ว ผสมๆกัน ใส่ไว้ในขวดเล็กๆ ถ้าเป็นไปได้หาขวดใส่น้ำมนต์ที่มีหัวฉีด แล้วพกไว้ในกระเป๋าประจำตัวเลยครับ เวลารู้สึกไม่สบายใจ เอามาประพรมตัวทั่วร่างกาย จะเป็นสิริมงคลครับ?

ราศีสิงห์
?ปี พุทธศักราช 2552 เป็นปีแห่งความกดดันและตึงเครียด คุณจะต้องฟังด้วยความระมัดระวัง เพราะมีมุมที่จะเกิดคราวเคราะห์และคราวโชคที่ผมจะต้องฟันธงให้คุณได้ใช้วาง ชีวิต ยิ่งหลายคนอายุมาก สูงวัย เจ็บป่วยออดๆแอดๆ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรไปกราบสักการะขอพรประจำปีคือ พ่อปู่หมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นหมอที่รักษาพระพุทธเจ้า ที่แรกที่อยากให้ไปกราบอยู่หลังพระอุโบสถวัดพระแก้วมรกต อีกที่อยู่ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธหรือที่โรงพยาบาลสงฆ์ ไปกราบขอพรขอพระบารมีของปู่หมอชีวกโกมารภัจจ์ช่วยคุ้มครองรักษาคุณ ให้แคล้วคลาดจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ กราบนมัสการพระพุทธนิมิตรพิชิตมาร พระประธานวัดหน้าพระเมรุ จ. พระนครศรีอยุธยา เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ที่พม่าไม่เผาทำลายอยู่วัดเดียว ไปกราบขอพรจากท่าน ขอให้มีความสมบูรณ์ แคล้วคลาดจากภยันตรายต่าง ๆ ดุจองค์ท่านที่แคล้วคลาดจากภัยของสงครามเมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 สิ่งที่จะเสริมสิริมงคลให้คุณในราศีสิงห์แคล้วคลาดจากโพยภัยต่างๆในปี 2552 และควรพกติดตัวไว้คือ เส้นเกศาของคุณพ่อคุณแม่เอามาไว้คุ้มครองรักษาตัว จะใส่เป็นกรอบพลาสติกแล้วพกติดตัว?

ราศีกันย์
?ปี พุทธศักราช 2552 เป็นปีที่คุณจะรุ่งโรจน์ ประสบความสำเร็จในแทบทุกประการ…ฟันธง ในปี 2552 นี้ สถานที่ที่เป็นสิริมงคลที่ชาวราศีกันย์ควรไปกราบไปไหว้สักการะได้แก่ กราบขอพรจากองค์พระพิฆเณศวร์ พระศิวะเทพ พระแม่สตีคือพระแม่อุมาเทวี พระพุทธรูปองค์นี้ตั้งอยู่ที่สี่แยกตลาดห้วยขวาง ไปกราบขอพรจะเป็นสิริมงคลคุ้มครองดวงชะตาตลอดปี ให้ชีวิตท่านมีแต่ความอบอุ่น และคิดหวังอะไรประสบความสำเร็จตลอดปี 2552 นี้ครับ นอกจากนั้นแล้วควรหาโอกาสไปกราบนมัสการ หลวงพ่อพระพุทธชินสีห์ หลวงพ่อพระไพรีพินาศ ที่วัดบวรนิเวศวรวิหาร กราบขอพรให้แคล้วคลาดจากภยันตราย และขอให้คุ้มครองดวงชะตาไปตลอดทั้งปี ส่วนของมงคลที่
ควรจะพกไว้คุ้มครองตัวเองให้พ้นโพยภัยก็คือ องค์พระพิฆเณศวร์ เหรียญพระศิวะ หรือเหรียญพระแม่อุมา?

ราศีตุลย์
?ปี พุทธศักราช 2552 เป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นใจ ปีนี้เป็นปีทองผ่องอำไพโดยภาพรวมแบบ …ฟันธง ฉะนั้นผมขอแนะนำให้ไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นทองได้แก่ กราบนมัสการพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือหลวงพ่อพระทองคำ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย ปัจจุบันท่านประดิษฐานอยู่ในพระมหามณฑปที่งดงาม อยู่ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม ถ.เยาวราช กราบขอพรองค์เทพคือ พระตรีมูรติ คือพระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ อยู่ ในร่างเดียวกัน มีอยู่ 2 ที่ครับหน้าอาคาร CENTRAL WOLD เป็นพระตรีมูรติปางประทานพร ใครที่มีความสบายอยู่แล้ว อยากดีขึ้น ไปกราบตรงนั้น แต่ถ้าใครมีปัญหามีทุกข์ใครมีอุปสรรคมีปัญหาต้องไปกราบตรีมูรติปางทรงนิล พัตรที่สี่แยกตลาดห้วยขวางจะประสบความสำเร็จตลอดปี 2552 นี้ครับ?

?ปีนี้ถือว่าเป็นปีทอง ดวงกำลังเจริญรุ่งเรืองไปสู่จุดสูงสุด ฉะนั้นสรรพสิ่งมิ่งมงคลสำหรับชาวราศีตุลย์ในปี 2552 ที่จะทำให้คุณเจริญคือ พระสมเด็จ สมเด็จ แปลว่าสูงสุดของพระราชาคณะ พระสมเด็จไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่ารุ่นใหม่ เช่น พระสมเด็จวัดเจ้าอาม ฝั่งธน ไปหาไว้บูชาติดตัว จะอำนวยอวยผลให้มีความสำเร็จดังที่หวัง ฟันธง..ครับ?

ราศีพิจิก
?ปี นี้ชาวพิจิกต้องระวังอุบัติเหตุทางรถยนต์เฉี่ยวชน คุณจะต้องมีหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดแขวนไว้ประจำรถ ด้านหน้ารถจะต้องมีสติ๊กเกอร์พระนารายณ์ทรงครุฑประทับยืนบนพระราหูติดเอาไว้ จะได้แคล้วคลาดจากภยันตราย และเนื่องจากชาวราศีพิจิกนั้นมีเทพพระอังคารเป็นเทพประจำตัว เพราะฉะนั้นในปี 2552 นี้ ผมแนะนำให้ไปกราบหลวงพ่อพระนอน ชีวิตจะได้นอนมา และมีความมั่นคง ขอหลวงพ่อพระนอนคุ้มครองรักษาได้แก่ หลวงพ่อพระนอน วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง ,หลวงพ่อพระนอน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ,หลวงพ่อพระนอน วัดบวรนิเวศฯ , หลวงพ่อพระนอน วัดพระนอนจักร์สีห์ จ.สิงห์บุรี ,หลวงพ่อพระนอน วัดใหญ่ชัยมงคล จ.อยุธยา ,หลวงพ่อพระนอน วัดสะตือ จ.อยุธยา และกราบสักการะพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์พระนเรศวรมหาราช ที่วัดใหญ่ชัยมงคล ขอพระบารมีคุ้มครองรักษาตัวท่านให้มีชัยชนะ แคล้วคลาดจากโพยภัยทั้งปวง?

?ชาวพิจิกตามปรัชญาของโหราศาสตร์นั้น มีดาวอังคารเป็นดาวประจำตัว ถือเป็นดาวตัวแทนแห่งสงครามและการต่อสู้ ของมงคลที่ควรจะมีไว้คุ้มครองท่านตลอดปี 2552 นี้คือ เหรียญพระนเรศวรมหาราช หาเหรียญที่สร้างจากวัดใดก็ได้มาพกติดตัว?

ราศีธนู
?สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวราศีธนูควรไปกราบสักการะขอพร เสริมชะตาราศีประจำปี 2552 มีอยู่ 2 ที่ครับ กราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ราศีธนูถือว่าเป็นราศีของภพศุภะของดวงเมือง แปลว่าภพสูงสุด เพราะฉะนั้นภูเขาทองกลางเมืองรัตนโกสินทร์ที่ใหญ่ที่สุดก็คือวัดสระเกศ เป็นภูเขาทองที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไปไหว้ไปกราบสักการะขอพร เพื่อให้ชีวิตนั้นผ่องใสดุจสีทองผ่องอำไพขององค์ภูเขาทอง คุณจะมีแต่ความสุข ความเจริญ?

Dec 26

ปี? 2551 ก็จะผ่านพ้นไปแล้วปี่ใหม่ก็จะเข้ามาชีวิตเราย่อมที่จะเดินก้าวต่อไปชีวิตคงจะได้พบแต่สิ่งดีๆ แต่สำหรับคนที่เกิดปี ชวด ก็มีคำทำนายมาฝาก

rat

ปี 2552 ผู้ที่เกิดปีชวด ต้องขยันหมั่นเพียรทั้งในเรื่องการเรียน หรือการงาน?จะทำให้ประสพผลสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ แต่ให้ระวังผู้ไม่หวังดีคอยอิจฉาริษยา และอาจสร้างอุปสรรค ปัญหาให้แก่ท่านได้ จึงต้องระมัดระวังให้มาก ไม่ว่าจะทำการสิ่งใด ต้องใช้สติปัญญา ไตร่ตรองและรอบคอบให้มาก

ด้านการงาน ในปีชวดนี้ถือว่าราบรื่นมั่นคง หากจะลงทุน หรือขยายกิจการใดๆ ก็จะเจริญก้าวหน้าดี ระวัง ผู้ไม่ประสงค์ดีจะหาทางกลั่นแกล้ง? ทำการใดๆ ต้องรอบคอบ หัดสังเกต ผู้ที่ทำงานด้านการผลิต หรือสัญญาการซื้อขายต่างๆ ต้องเพิ่มความระวังเป็นสองเท่า?อย่าประมาทเด็ดขาด

ด้านการเงิน ในปีชวดอยู่ในเกณฑ์ที่ดี การค้าการลงทุนได้ผลตอบแทนคุ้มค่า แต่ระวังการใช้จ่าย ห้ามสุรุ่ยสุร่าย ควรตรวจสอบการบริหารจัดการ เรื่องเงินทองให้ดี ควบคุมดูแลบัญชีค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้รอบคอบ อย่าได้ประมาท ส่วนโชคลาภไม่มี ไม่ควรเสี่ยง

ด้านความรัก ใน ปีชวดนี้ ความรักของท่านเต็มไปด้วยสีสัน สดใสเบ่งบานมีชีวิตชีวา หากคิดจะผูกมิตร หรือสร้างสัมพันธไมตรีกับเพศตรงข้ามก็จะราบรื่น แต่ไม่ควรใจร้อนรีบเร่งเกินไป หากเป็นเพศหญิงต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจ รักนวลสงวนตัวให้ดี มิฉะนั้นจะพลาดท่าได้ง่าย

ด้านสุขภาพ ปีนี้ต้อง ระมัดระวังดูแลสุขภาพให้ดีเป็นพิเศษ พยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หมั่นออกกำลังกาย มิฉะนั้น มีเกณฑ์เจ็บไข้ได้ป่วยจนถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อแน่

จะอย่างไรก็ดีก็ขอให้เพื่อนๆมีความสุขตลอดปีนี้นะครับใครมีอะไรจะอวยพรก็เชิญครับ………..:grin:สวัสดีปี ชวด

ขอบคุณข้อมูล? http://www.tlcthai.com

Dec 19

วันนี้ได้เจอศาสตร์ของการยิ้ม ลองดูสิว่าคนรักเขายิ้มให้เราแบบใหน?? ลองอ่านดูนะครับ

1. ยิ้มจริงใจ คือ ยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกที่ดีงาม ยิ้มจริงใจเป็นการแสดงความรู้สึกทางด้านบวกอย่างแท้จริงจะปรากฎขึ้น หลัง

จากได้รับรู้สภาวะของอารมณ์ซึ่งรวมทั้งความยินดีจากสิ่งกระตุ้น ทางตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัส อย่างรักใคร่ก็สามารถเรียกรอยยิ้ม อย่างจริงใจออกมาได้ รอยยิ้มอย่างจริงใจนี้สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อหายจากเจ็บปวดจากแรงกดดันที่อึดอัดได้เหมือนกัน

ยิ้ม อย่างจริงใจนี้ นอกจากจะใช้กล้ามเนื้อยิ้มตามปกติคือ กล้ามเนื้อขากรรไกรแล้ว ยังใช้กล้ามเนื้อรอบดวงตาอีกด้วย ผลของการยิ้มจริงใจทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน “ความสุข” (เอนเดอร์ฟิน) ออกมา ซึ่งฮอร์โมนนี้จะไปออกฤทธิ์ทำให้ม่านตาขยายตัว และตามี

ประกายของความสุขที่เราเรียกว่า “ตายิ้ม” ซึ่งตานี้เองจะแสดงออกถึงความรัก ความเป็นมิตรและความอบอุ่น

2. ยิ้มเสแสร้ง ก็ คือรอยยิ้มที่ประดิษฐ์ขึ้น โดยเจตนาจะทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดทำให้ผู้อื่นคิดว่า เรารู้สึกว่าอย่างนั้นจริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ ยิ้มเสแสร้ง คือ การเจตนาที่จะพยายามกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกในด้านดี ยิ้มเสแสร้งจะปรากฏบนใบหน้านานกว่ายิ้มจริงใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจิตหลายคนเห็นว่า การหัวเราะเป็นตัวการที่จะปลดปล่อยความตึงเครียด หรือความตื่นเต้นที่มีมากจนเกินไป การหัวเราะช่วยปรับความสมดุล ให้อยู่ในสภาวะปกติ แม้ว่าจริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ตลกเลยก็ตาม เหตุผลที่เราชอบหัวเราะอีกอย่างหนึ่งก็เพราะ เวลาหัวเราะเราต้องยิ้มก่อนและใบหน้าที่มีรอยยิ้ม ย่อมน่าดูกว่าใบหน้าบึ้งตึงดุร้าย การหัวเราะจึงเป็นอีกขั้นหนึ่ง ของการยิ้มนั่นเอง คุณสามารถยิ้มไปโดยไม่ต้องหัวเราะ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะหัวเราะโดยไม่ยิ้ม

คนที่สามารถยิ้มและหัวเราะอย่างจริงใจก็เหมือนกับกำลังพูดว่า “ฉัน ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรนะ ฉันเป็นมิตรนะ ฉันอยู่ข้างเธอนะ” คนที่สามารถยิ้มและหัวเราะในสถานการณ์ที่เป็นอันตรายจริงๆ นั้นก็คือ คนที่เป็นอัจฉริยะโดยแท้ เพราะเท่ากับเขากำลังพูดว่า “ฉันไม่กลัวหรอก”

3. ยิ้มเศร้า มนุษย์ เราเป็นทุกข์เพราะเราทำตัวเองเป็นทุกข์ และเรายังทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์อีกด้วย คนที่หัวเราะมากๆ จะมีชีวิตยืนนาน คนที่มีความสุขจะมีอายุยืนกว่าคนที่อมทุกข์ การที่จะให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ จำเป็นจะต้องมีการแบ่งปัน คนที่รู้จักหัวเราะ ก็คือ คนที่รู้จักแบ่งปันนั่นเอง

“ดร.อาหาร ดร.เงียบ และ ดร.รื่นเริง” เป็น ผู้เชี่ยวชาญยารักษาที่ดีที่สุดในโลก การรักษาเยียวยานั้น ต้องมาจากภายในและเรานั่นเองและที่จะมีอำนาจรักษาตัวเองได้ การหัวเราะมักจะเกิดพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไปในทางที่ดีที่ใครๆ ก็เห็นได้ชัด เช่น นัยน์ตาเป็นประกาย บุคลิกสดใส การร้องไห้จึงนับว่าเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง ช่วยลบล้างความทุกข์หรือเกิดจากทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ จะมีส่วนผสมทางเคมีแตกต่างจากน้ำตาที่เกิดจากผงเข้าตา น้ำตาที่เกิดจากอารมณ์ภายในจะมีสารช่วยลดความเจ็บปวดอยู่ด้วย ซึ่งจะผลิตออกมาในปริมาณมากเป็นพิเศษ เพื่อช่วยให้เราเอาชนะความเจ็บปวดและความโศกเศร้าได้ คนที่พยายามยิ้มและหัวเราะอยู่เสมอ แม้จะรู้สึกเป็นทุกข์อยู่ภายใน ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์เป็นไปในทางดีได้ จะมีความสุขขึ้นทั้งสมองและจิตใจ

ใคร ดำเนินชีวิตอย่างหวาดกลัวตลอดเวลา มักจะป่วยบ่อยๆ ความกลัวสามารถทำให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายจับแข็งจนเลือด และฮอร์โมนกับสิ่งบำรุงร่างกายไปเลี้ยงไม่ถึง การหัวเราะ จะช่วยให้มันละลายแล้วเริ่มทำงานตามปกติต่อไป คนที่เป็นทุกข์เนื่องจากมีความกลัวอยู่ตลอดเวลา ร่างกายจะผลิตสารอะดรีนาลินออกมามากเกินไป และไหลเวียนไปทั่งร่างกายตลอดเวลาทำให้ล้มเจ็บได้ ความกลัวสามารถลดได้ด้วยการเผชิญหน้ากับสาเหตุนั้นๆ และการหัวเราะก็เป็นวิธีเผิชญหน้ากับความกลัวที่ดีที่สุด เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพที่สุด ถ้าเราเรียนรู้ที่จะหัวเราะให้มากขึ้น ในไม่ช้าความกลัวก็จะค่อยๆ หมดไป

วิธี ดูว่ายิ้มอย่างไหนจึงจะเหมาะสำหรับคุณก็คือ ลองยืนหน้ากระจกเงา แล้วแสดงสีหน้าแบบต่างๆ ทั้งยิ้มและบึ้ง สังเกตว่า สีหน้าแบบไหนที่ทำให้คุณดูอ่อนวัยลง มีชีวิตชีวา มีเสน่ห์ขึ้น

แต่ละคนจะมีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองแตกต่างกันออกไป

รอย ยิ้มที่ค้างอยู่บนใบหน้านานเกินไป จะดูเหมือนกับหุ่นยนต์ หรือยิ้มเสแสร้ง คุณควรจะมีรอยยิ้มที่จริงใจจะดีกว่า เพราะถ้ายิ้มเสแสร้งของคุณเด่นชัดเกินไป ผู้คนก็จะไม่เชื่อถือ

บาง ครั้งคนอื่นจะตัดสินเราที่เสียงมากกว่ารูปร่างหน้าตา ดังนั้นเราควรจะพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าเวลาตอบโทรศัพท์ คนที่อยู่ปลายสายอีกข้างหนึ่ง ไม่เห็นรอยยิ้มกับประกายตา อันแวววาวของคุณหรอก แต่คุณต้องใส่มันลงไปในน้ำเสียง มาพูดโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มกันดีกว่า

วิธี มีรอยยิ้มอันสดใส ไม่ใช่ความลับอะไรหรอก เพียงแต่หัดยิ้มให้บ่อยๆ เท่านั้นแหละ ยิ่งคุณยิ้มมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น แต่รางวัลพิเศษแท้จริงก็คือ คุณจะค่อยมีความสุขมากขึ้นควบคู่ไปด้วย รู้คุณค่าของการยิ้มและวิธีใช้มันให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง รอยยิ้มเปรียบเสมือนดวงประทีป

แล้วเพื่อนๆยิ้มกันแบบใหนครับผม…

ขอบคุณเว็บ http://www.jobpub.com ศาสตร์การยิ้ม

Dec 11

น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว ” เป็นประโยคที่คิดว่าเพื่อนๆ หลายคนคงจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว บางคนก็ว่าเป็นส่วนหนึ่งของพุทธทำนาย บางคนก็ว่าเป็นปริศนาพยากรณ์ของยุครัตนโกสินทร์ หรือบางคนอาจจะบอกว่าเป็นเครื่องบอกเหตุเมื่อถึงกลียุค บ้านเมืองวุ่นวาย ในปัจจุบันนี้ แต่ไม่ว่าจะมีที่มาจากที่ใด เหตุการณ์ความแปรปรวนด้านสภาพอากาศที่ผิดปกติไปทั่วโลก แต่นั้นก็เป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดเราก็ไม่ควรที่จะไปคิดอะไรมาก เรื่องดีๆมีอีกเยอะ ถึงแม้ว่า น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว แต่ถ้าเรามีความสุข มีจิตใจที่ดีแล้ว? ก็จะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันทำให้สบายใจ ไม่ต้องไปกังวลกับ คำที่ว่า น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว ได้ไปอ่านเจอวิธีทำให้เรามีความสุขในยุคของความวุ่นวายนี้

มี 30 วิธีที่ทำให้เรามีความสุขเลย เอามาฝากเพื่อนๆครับ… :grin:

1. นึกไว้เสมอว่า การโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง

2. ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจกรับรองว่าเขาต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้ง

3. ลองปลูกต้นไม้เองซักต้นการเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้

4. หลับตานิ่งๆสัก 3 นาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน

5. ระหว่างแปรงฟันฮัมเพลงไปด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นเป็น 2 เท่า

6. เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลงจากรสชาติที่ธรรมดา ก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย

7. ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหนก็ต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด

8. การขึ้น-ลงบันไดสูงๆแบบไม่ให้เมื่อย คือ การไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไร

9. คนตาบอดจะเห็นว่าคุณสวยมากๆทันทีที่คุณถามเขาว่า ช่วยพาข้ามถนนไหมคะ

10. เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทานไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่จะหย่อนลงกระป๋องหรอก

11. ควรหัดพูดคำว่า ไม่เป็นไร ให้เคยปากมากกว่าจะพูดคำว่า จะเอายังไง

12. ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ไปสายเหมือนเมื่อก่อน

13. สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง ดังนั้น เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้ จึงเล่าให้มันฟังได้

14. อาหารที่จะไม่ชอบกินตอนเด็กลองตักเข้าปากอีกสักที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด

15. เขียนชื่อคนที่คุณเกลียดใส่กระดาษ แล้วฉีกทิ้ง (หรือแปะไว้ใต้รองเท้าแล้วใส่รองเท้านั้นไปเดินเล่นสักพัก)
ความเกลียดจะเบาบางลงเรื่อยๆ

16. ปล่อยน้ำตาให้ไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้ง จะดูแทบไม่ออกเลยว่าเพิ่งร้องไห้

17. ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆจะทำให้เรายิ้มออกเสมอเมื่อได้เห็นมันอีกครั้ง

18. ก่อนซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมัน ทำให้ได้ 3 ข้อก่อน

19. ถึงเสื้อและกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใสสลับกันไปเรื่อยๆก็จะดูเหมือนมีเยอะขึ้น

20. ซาลาเปา 1 ลูก กินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้ กินได้ 4 คน ถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง

21. เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ ดีกว่าให้คนที่ได้เยอะ จนจำชื่อคนให้ได้ไม่หมด

22. ในวันที่รู้สึกเศร้าหรือเหงาๆเดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองซักดอกก็จะดีขึ้น

23. แอบรักใครสักคน…ยังไงก็ยังดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร

24. ถึงจะไม่ได้ออกไปไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความจะแต่งตัว สวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นี่

25. ฝึกโรแมนติกง่ายๆคนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน

26. ถ้าคุณเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวที่สุดจนสดใสได้ ทำไมถึงจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้

27. พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบ มันอาจจะไม่สนุก แต่ก็มีประโยชน์แฝงอยู่

28. วันที่ตื่นเช้าให้บิดขี้เกียจให้นานที่สุด เท่าที่จะนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกาย

29. แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่าน ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว

30. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน แม่จะได้มีค่าขนมให้คุณเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท

แค่นี้เราก็ไม่ต้องไปคิดมากกับ? น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว เพราะว่า เรื่องดีๆมีอีกเยอะ

….เพือนๆลองช่วยกันคิดวิธีที่จะทำให้เรามีความสุขอีกสิครับ….(จะได้สะบายใจไง…5555)….:shock:

Nov 16

:grin:1.สางพระเกศาขึ้น-ลง 1 ครั้ง แล้วหักพระสางทิ้ง

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สางพระเกศาพระศพขึ้น 1 ครั้ง ลง 1 ครั้ง แล้วหักพระสางวางไว้ในพาน แสดงถึงว่าเป็นการสาง (หวี) พระเกศาครั้งสุดท้าย สางพอเป็นสัญลักษณ์พอเป็นพิธี เพื่อแสดงว่าไม่ต้องการความสวยงามใดๆ อีกแล้ว เป็นเครื่องหมายว่าหมดประโยชน์ ไม่มีความจำเป็นต้องแต่งกายใดๆ อีกแล้ว และเมื่อหักสางทิ้งไปแล้ว ก็จะเอาไปไว้ที่ไหนก็ได้ ซึ่งเหมือนกับประเพณีของประชาชนด้วย ที่แสดงว่าจะไม่ได้ใช้สางนั้นอีกต่อไปแล้วจึงต้องหักทิ้งไป

:grin:2.เศวตฉัตรประกอบพิธีพระศพ

เศวตฉัตรประกอบพิธีพระศพนั้นจะแตกต่างกันไป ตามพระอิสริยยศที่แตกต่างกัน

* ฉัตร 9 ชั้น : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
* ฉัตร 7 ชั้น : สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเด็จพระบรมราชกุมารี
* ฉัตร 5 ชั้น : สมเด็จเจ้าฟ้า ในส่วนพิธีพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ นั้นจะเรียกว่า “เบญจปฎลเศวตฉัตร” หมายถึงฉัตรขาวที่มีเพดาน 5 ชั้น

ขั้นตอนเมื่อเชิญพระศพมายังพระบรมมหาราชวังแล้ว จะเชิญพระศพไปประดิษฐานที่พระที่นั่งพิมานรัตยา ซึ่งอยู่ด้านหลังทางทิศใต้ของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งพระที่นั่งองค์นี้จะเป็นวิมานที่บรรทมของพระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระอัครมเหสี และเจ้านายฝ่ายในชั้นสูง แต่ในระยะหลังจะใช้เป็นที่ประดิษฐานพระศพ ในการสรงน้ำพระศพ เมื่อสรงน้ำพระศพที่พระที่นั่งพิมานรัตยาแล้วจึงจะอัญเชิญพระศพไปประดิษฐานที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท การประดิษฐานพระศพตามราชประเพณีอยู่ทางมุขด้านตะวันตก พระโกศสำหรับสมเด็จเจ้าฟ้าจะใช้พระโกศทองใหญ่ และใช้เครื่องสูงทองแผ่ลวด มุขด้านใต้จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร (พระประจำวันเกิด) ซึ่งพระพุทธประจำพระชนมวารของสมเด็จพระพี่นางเธอฯ คือ พระพุทธรูปปางถวายเนตร ซึ่งเป็นปางประจำวันเกิดวันอาทิตย์ งานหลังจากนี้ต่อไปจนถึง 100 วัน จะเป็นการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระพิธีธรรมจะเป็นงานที่ใช้เฉพาะงานหลวง จะสวดทั้งวันทั้งคืน มีการย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง มีปี่ กลอง ประโคม ด้วยทำนองที่เศร้าสร้อย

:grin:3.ประโคมย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง

การสวดพระพิธีธรรมพระอภิธรรม จะมีการประโคมย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง มีปี่ กลอง ประโคม ด้วยทำนองที่เศร้าสร้อย ตั้งแต่ 06.00 น. 09.00 น. 12.00 น. ไปจนถึง 24.00 น. เพื่อบอกเวลาว่าครบ 3 ชั่วโมง ก็จะประโคมขึ้นหนึ่งครั้ง ส่วนการสวดพระอภิธรรมจะสวดทั้งวันทั้งคืน แต่จะมีเวลาพักเว้นระยะเป็นช่วงๆ อาจจะหยุดพักสัก 10-15 นาที ซึ่งจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเจ้านายชั้นสูงขึ้นไป โดยหลักคิดก็จะไม่แตกต่างกับการจัดงานศพของประชาชนทั่วไปตามหลักพระพุทธศาสนา แต่อาจจะเพิ่มรายละเอียด ปริมาณและคุณภาพเข้ามา ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าภาพที่จะจัดงานนอกจากนี้จะมีการบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน 50 วัน และ 100 วัน พิธีกรรมก็จะเหมือนกัน นั่นคือ มีการสวดมนต์ แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ สดับปกรณ์ (บังสุกุล)

:grin:4.สมเด็จพระพี่นางเธอฯ อยู่ในลำดับพระอิสริยยศชั้น “เจ้าฟ้า”

ภาษาที่ใช้เรียกในการประกอบพิธีพระบรมศพ พระศพ จะแตกต่างกันตามพระอิสริยยศ โดยสมเด็จเจ้าฟ้า จะเรียกว่า พระศพ ส่วนพระยศที่สูงกว่า ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเด็จพระบรมราชกุมารี จะเรียกว่า”พระบรมศพ”ส่วนพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ ตามราชประเพณีจะสร้างพระเมรุในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนมีนาคม เมษายน ทั้งนี้แล้วแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

:grin:5.การแต่งฉลองพระองค์ไว้ทุกข์

การแต่งกายของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ สำหรับการไว้ทุกข์มี 2 แบบ ฉลองพระองค์เต็มยศ และฉลองพระองค์แบบสากล แบบแรกฉลองพระองค์ไว้ทุกข์ด้วยเครื่องแบบเต็มยศ สายสะพายจักรี ติดแขนทุกข์ใต้พระกรซ้าย และจะฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศสายสะพายจักรี ในการบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน 50 วัน 100 วัน และวันออกพระเมรุ ส่วนแบบสากลฉลองพระองค์สูทสีดำ ติดแขนทุกข์ใต้พระกรซ้าย สำหรับข้าราชการ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็แต่งกายไว้ทุกข์ตามราชประเพณีตามแต่จะมีหมายกำหนดการกำหนดแจ้งไว้ ส่วนประชาชนก็แต่งกายไว้ทุกข์แบบสุภาพตามประเพณีที่ปฏิบัติ

:grin:6.ขบวนรถอัญเชิญพระศพเป็นแบบเรียบง่ายโดยรถโรงพยาบาล

ขบวนรถจะจัดอย่างไรก็ได้ไม่มีระเบียบแบบแผน และจะเป็นแบบเรียบง่ายที่ปฏิบัติกันมาในอดีตก็จะอัญเชิญโดยรถโรงพยาบาลเหมือนกันทุกพระองค์

:grin:7.การปฏิบัติตนไว้ทุกข์ของประชาชน

การปฏิบัติตนของประชาชนในการเข้าไปถวายสักการะพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไปนั้น เบื้องต้นประชาชนควรแต่งกายไว้ทุกข์ตามประเพณีใส่เสื้อผ้าสีดำหรือสีขาว การกราบพระศพจะกราบครั้งเดียวไม่แบมือ สุภาพสตรีควรนุ่งกระโปรง เพราะตามธรรมเนียมที่จะไม่นุ่งกางเกงเข้าในพระบรมมหาราชวัง ถ้าเป็นไปได้ก็ควรสวมรองเท้าหุ้มส้น ถ้าไม่มีก็ต้องเป็นแบบเรียบร้อย ส่วนประชาชนทั่วไปที่จะแสดงออกเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สามารถทำได้ทุกอย่าง ทำที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ 10 มกราคม สามารถทำได้ทันที ทั้งการตักบาตร ทำบุญ บำเพ็ญกุศล บำเพ็ญทาน ถวายสังฆทานต่างๆ บวชพระ เลี้ยงพระ นิมนต์พระมาเทศน์ ก็สามารถทำได้

:grin:8.บรรจุพระศพลงหีบพระศพแทนพระโกศ

(ชัชพล ชัยพร) ตามโบราณราชประเพณีเมื่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จสวรรคต จะประกอบพิธีบรรจุพระบรมศพ พระศพ ลงในพระโกศ แต่ในรัชกาลปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เชิญพระบรมศพ และพระศพ ลงหีบพระศพ แทนใส่การใส่พระโกศ ซึ่งสามารถทำได้ตามพระราชอัธยาศัย ได้แก่ พระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

:???:ขอขอบคุณข้อมูล

- นายธงทอง จันทรางศุ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

- นายชัชพล ชัยพร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Nov 11

กาลครั้งหนึ่งยังมีกระต่ายชื่อ “ลอยกระทง” เป็นกระต่ายที่หลงทระนงในฝีเท้าของตนว่าสามารถวิ่งได้รวดเร็วดุจสายสม ในป่าที่อาศัยอยู่ไม่มีสัตว์ตัวใดสามารถเอาชนะมันได้ วันหนึ่งพบเต่าคลานต้วมเตี้ยมผ่านหน้าไป กระต่ายลอยกระทงจึงกล่าววาจาเยาะเย้ยด้วยความคึกคะนอง

?มัว แต่คลานเชื่องช้าอยู่แบบนี้เมื่อไหร่จะไปถึงจุดหมายปลายทางเล่าเพื่อน อย่างเจ้านี้ข้าต่อให้คลานล่วงหน้าไปก่อนสักครึ่งวันก็คงวิ่งตามทัน? ไม่ต้องต่อให้ข้าหรอก? เต่ารู้สึกไม่พอใจ ?กระต่ายลอยกระทงขี้โม้อย่างเจ้าไม่เห็นว่าจะเก่งกาจตรงไหน ไม่เชื่อเรามาลองวิ่งแข่งกันก็ได้?
?ว่าไงนะ? กระต่ายลอยกระทงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ?เจ้านะเหรอกล้าท้าแข่งกับข้า ฮะ…ฮะ…ฮะ..?
กระต่ายลอยกระทงยืนหัวเราะจนท้องแข็ง พอดีหมาจิ้งจอกเดินผ่านมาทั้งสองจึงเชิญให้เป็นกรรมการตัดสิน
เมื่อเริ่มการแข่งขัน กระต่ายลอยกระทงวิ่งออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วสุดฝีเท้า ครั้นถึงกลางทางลองเหลียวกลับไปมองข้างหลังไม่เห็นแม้แต่เงาของคู่แข่ง เจ้ากระต่ายลอยกระทงจึงชะล่าใจแวะเข้าไปนอนกระดิกขาเล่นที่ใต้ร่มไม้ใหญ่
?หลับเอาแรงสักงีบดีกว่า? กระต่ายลอยกระทงทำท่าบิดขี้เกียจ ?เอาไว้พอเจ้าหลังตุงมาถึงแถวนี้ ค่อยตื่นขึ้นมาเต้นระบำไปรอบๆตัวมันจนกว่าจะถึงเส้นชัย?
สายลมเย็นพัดโชยเฉื่อยฉิว ไม่นานนักเจ้ากระต่ายลอยกระทงผู้ ประมาทก็เผลอหลับไปจริงๆ ฝ่ายเต่ายังคงคลานต้วมเตี้ยมๆอย่างไม่ย่อท้อโดยมีเพื่อนสัตว์ป่าเดินทางส่ง เสียงเชียร์เพื่อให้กำลังใจ เนื่องจากทุกตัวต่างชังน้ำหน้าเจ้ากระต่ายลอยกระทงขี้คุยยกเว้นแต่ตอนผ่านต้นไม้ซึ่ง เจ้ากระต่ายลอยกระทงกำลังหลับฝันหวานอยู่เท่านั้นที่สัตว์ทุกตัวต่างพากันเงียบเสียง
เจ้ากระต่ายลอยกระทงสะดุ้ง ตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงไชโยโห่ร้อง เห็นรอยเท้าสัตว์ต่างๆมากมายบนทางที่ใช้แข่งขันรู้สึกผิดสังเกต มันรีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว อึดใจต่อมาจึงเห็นคู่แข่งของมันกำลังจะคลานเข้าสู่เส้นชัย เจ้ากระต่ายลอยกระทงออกแรงวิ่งสุดฝีเท้าแต่ก็สายไปแล้ว พวกสัตว์ป่าต่างห้อมล้อมเข้าไปแสดงความมยินดีกับเต่าตัวแรกที่สามารถเอาชนะ กระต่ายลอยกระทงได้ในการวิ่งแข่งขัน เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

นิทานเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเรื่อง “กระต่ายกับเต่า” คร้าบบบบ

ร่วมรณรงค์ใช้วัสดุธรรมชาติเพื่อช่วยรักษ์สิ่งแวดล้อมในเทศกาลลอยกระทง

Nov 7

ข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรมบอกว่า

การลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร เพียงแต่ท้องถิ่นแต่ละแห่งจะมีจุดประสงค์และความเชื่อในการการลอยกระทงแตกต่าง กันไป ส่วนใหญ่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียน หรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัวฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ ตามความเชื่อของแต่ละแห่ง

ประเพณีการลอยกระทงไม่ได้มีแต่ในไทยเท่านั้น ที่จีน อินเดีย เขมร ลาวและพม่าก็มีการลอยกระทงคล้ายๆกับบ้านเรา จะต่างกันก็ตรงที่รายละเอียด พิธีกรรมและความเชื่อในแต่ท้องถิ่น

พระยาอนุมานราชธน ได้สันนิษฐานว่า ต้นเหตุแห่งการลอยกระทงอาจมีมูลฐานเป็นไปได้ว่า การลอยกระทงเป็นคติของชนชาติที่ประกอบกสิกรรม ซึ่งต้องอาศัยน้ำเป็นสำคัญ เมื่อพืชพันธุ์ธัญชาติงอกงามดีและเป็นเวลาที่น้ำเจิ่งนองพอดี ก็ทำกระทงลอยไปตามกระแสน้ำไหลเพื่อขอบคุณแม่คงคาหรือเทพเจ้าที่ประทานน้ำมา ให้ความอุดมสมบูรณ์ และเมื่อเสร็จแล้วจึงเล่นรื่นเริงด้วยความยินดี เท่ากับเป็นการสมโภชการงานที่ได้กระทำว่าได้ลุล่วงและรอดมาจนเห็นผลแล้ว

ต่อมาเมื่อมีความเจริญแล้ว การวิตกทุกข์ร้อนเรื่องเพาะปลูกว่าจะไม่ได้ผลก็น้อยลงไป แต่ก็ยังมีการบวงสรวงตามที่เคยทำมาจนเป็นประเพณี เพียงแต่ปรับให้เข้ากับความเชื่อของทางศาสนาที่ตนนับถือ เช่น มีการทำบุญเพิ่มขึ้นในทางพุทธศาสนา แต่ที่สุดก็เหลือแต่การเล่นสนุกสนานรื่นเริงเป็นส่วนใหญ่

เหตุที่ทำกระทงเป็นรูปดอกบัวนั้น ในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือตำนานนางนพมาศ พระสนมเอกของพระมหาธรรมราชาลิไทย หรือพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย ได้กล่าวถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองว่า เป็นเวลาเสด็จประพาสลำน้ำตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน และได้มีรับสั่งให้บรรดาพระสนมนางในทั้งหลายตกแต่งกระทงประดับดอกไม้ธูป เทียนนำไปลอยน้ำหน้าพระที่นั่ง ในคราวนั้นท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือนางนพมาศ พระสนมเอก (แต่การศึกษาประวัติศาสตร์ปัจจุบันหลายชิ้นระบุว่า นางนพมาศไม่มีจริง) ก็ได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษที่บานเวลากลางคืนเพียงปีละครั้งในวันดัง กล่าว สมควรทำเป็นกระทงแต่งประทีป ลอยไปถวายสักการะรอยพระพุทธบาท เมื่อพระร่วงทรงรับทราบถึงความหมายดังกล่าวจึงมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน” ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นโคมลอยรูปดอกบัวปรากฏมาจนปัจจุบัน

สำหรับตำนานการลอยกระทงตามความเชื่อของพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า ก่อนที่พระพุทธองค์จะตรัสรู้นั้น ได้ประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา กาลวันหนึ่ง นางสุชาดาอุบาสิกาได้ให้สาวใช้นำข้าวมธุปายาส (ข้าวกวนหรือหุงด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย) ใส่ถาดทองไปถวาย เมื่อพระองค์เสวยหมดแล้ว ก็ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า ถ้าหากวันใดจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ก็ขอให้ถาดลอยทวนน้ำ ด้วยแรงสัตยาธิษฐานและบุญญาภินิหาร ถาดก็ลอยทวนน้ำไปจนถึงสะดือทะเล แล้วก็จมไปถูกขนดหางพระยานาคผู้รักษาบาดาล พระยานาคตื่นขึ้น พอเห็นว่าเป็นอะไรก็ประกาศก้องว่า บัดนี้ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกอีกองค์แล้ว ครั้นแล้วเทพยดาทั้งหลายและพระยานาคก็พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระยานาคก็ได้ขอให้พระพุทธองค์ประทับรอยพระบาทไว้บนฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อพวกเขาจะได้ขึ้นมาถวายสักการะได้ พระองค์ก็ทรงทำตาม ส่วนสาวใช้ก็นำความไปบอกนางสุชาดา ครั้นถึงวันนั้นของทุกปีนางสุชาดาก็จะนำเครื่องหอมและดอกไม้ใส่ถาดไปลอยน้ำ เพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นประจำเสมอมา และต่อๆมาก็ได้กลายเป็นประเพณีลอยกระทงตามที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

กล่าวได้ว่าประเพณีการลอยกระทงถือเป็นคติธรรมอย่างหนึ่ง ที่บอกนัยให้พุทธศาสนิกชินได้เจริญรอยตามพระบาทของพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามทั้งปวงนั่นเอง

ส่วนตำนานความเชื่อของศาสนาพราหมณ์บอกว่า พิธีลอยประทีปแต่เดิมทำขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าทั้งสามคือ พระอิศวร พระนารายณ์และพระพรหม เป็นประเภทคู่กับลอยกระทง ก่อนจะลอยก็ต้องมีการตามประทีปก่อน ซึ่งตามคัมภีร์โบราณอินเดียเรียกว่า “ทีปาวลี” โดยกำหนดทางโหราศาสตร์ว่า เมื่อพระอาทิตย์ถึงราศีพิจิก พระจันทร์อยู่ราศีพฤกษ์เมื่อใด เมื่อนั้นเป็นเวลาตามประทีป และเมื่อบูชาไว้ครบกำหนดวันแล้ว ก็เอาโคมไฟนั้นไปลอยน้ำเสีย ต่อมาชาวพุทธเห็นเป็นเรื่องดี จึงแปลงเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทและการับเสด็จพระพุทธเจ้าดังที่กล่าวข้าง ต้น โดยมักถือเอาเดือน 12 หรือเดือนยี่เป็งเป็นเกณฑ์ (ยี่เป็งคือเดือนสอง ตามการนับทางล้านนา ที่นับเดือนทางจันทรคติ เร็วกว่าภาคกลาง 2 เดือน)

ฝ่ายประเทศพม่าก็มีตำนานเหมือนกัน ว่า ครั้งหนึ่งสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงมีพระประสงค์จะสร้างเจดีย์ให้ครบ 84,000 องค์ แต่ถูกพระยามารคอยขัดขางเสมอ พระองค์จึงไปขอให้พระอรหันต์องค์หนึ่ง คือพระอุปคุตช่วยเหลือ พระอุปคุตจึงไปขอร้องพระยานาคเมืองบาดาลให้ช่วย พระยานาครับปากและปราบพระยามารจนสำเร็จ พระเจ้าอโศกมหาราชจึงสร้างเจดีย์ได้สำเร็จสมพระประสงค์ แต่นั้นมาเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 12 คนทั้งหลายก็จะทำพิธีลอยกระทงเพื่อบูชาคุณพระยานาค เรื่องนี้บางแห่งก็ว่า พระยานาคก็คือพระอุปคุตที่อยู่ที่สะดือทะเล และมีอิทธิฤทธิ์มาก จึงปราบมารได้ และพระอุปคุตนี้เป็นที่นับถือของชาวพม่าและชาวพายัพของไทยมาก

ประเพณีลอยกระทงนอกจากจะมีคุณค่าต่อการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพระผู้ มีพระคุณแล้ว ยังมีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชม สังคม และศาสนาด้วย เช่น ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำให้ชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดงาน หรือในบางท้องที่ที่มีการทำบุญก็คือว่ามีส่วนช่วยสืบทอดพระศาสนา และในหลายๆแห่งก็ถือเป็นโอกาสดีในการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแม่น้ำลำ คลองด้วย

ร่วมด้วยช่วยกันลอยกระทง

Nov 4

คำเตือนวัยรุ่น คืนลอยกระทง

ศูนย์การเฝ้าระวัง และเตือนภัยทางสังคม พม.ทำการสำรวจ พฤติกรรมทางเพศ และกิจกรรม ในคืนวันลอยกระทง ของกลุ่มวัยรุ่น

เพื่อตรวจสอบสถานการณ์การมีเพศสัมพันธ์ของกลุ่มวัยรุ่นในช่วงเทศกาลสำคัญ เพื่อนำผลข้อมูลไปใช้ในการกำหนดมาตรการเชิงป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย อันควร โดยจัดเก็บข้อมูลจากประชากรกลุ่มตัวอย่าง ช่วงอายุ 16-18 ปี จำนวน 8,317 ราย เป็นชาย 4,075 ราย หญิง 4,242 ราย ระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2548 (หลังเทศกาลลอยกระทง)

ปรากฏว่า จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 8,317 ราย มีกลุ่มตัวอย่างไปเที่ยวในคืนวันลอยกระทง ทั้งหมด 5,928 คน ส่วนใหญ่ไปกับเพื่อน แฟน บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว 4,019 คน คิดเป็นร้อยละ 68 โดยกลุ่มที่ไปกับบุคคลอื่นไม่ใช่ครอบครัว จะมีเพศสัมพันธ์ จำนวน 563 ราย คิดเป็นร้อยละ 14 ในกลุ่มนี้มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก จำนวน 75 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.86 โดยสถานที่ที่ใช้ในการมีเพศสัมพันธ์ คือ หอพัก บ้านเช่า โรงแรม/โรงแรมม่านรูด และที่สาธารณะมุมมิดชิด นอกจากนี้ ยังพบว่า มีพฤติกรรมการดื่มสุราในคืนวันลอยกระทง ถึงร้อยละ 19.63 โดยผลการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งผลให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ในคืนวันลอยกระทง ถึงร้อยละ 15.3 ประเพณีลอยกระทงของไทยนับ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมานาน มีความเชื่อ ความศรัทธาในเรื่องนี้อย่างหลากหลาย เช่น ลอยกระทงเพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า บูชาพระอุปคุตเถระ ที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล ซึ่งตำนานเล่าว่าเป็น พระเถระที่มีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถปราบพญามารได้ ต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ แสดงความขอบคุณ และขอขมาพระแม่คงคาซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ ได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ ระลึกถึงและส่งของไปให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับ ตลอดจนสะเดาะเคราะห์หรือลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ รวมทั้งอธิษฐานเพื่อขอสิ่งที่ปรารถนา
แม้ความเชื่อการลอยกระทงจะแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่คือการระลึกถึงผู้มีพระคุณ ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธองค์ พระแม่คงคา หรือบรรพชนผู้ล่วงลับด้วยการลอยกระทงไปแสดง ความกตัญญูรู้คุณ ในทางวัฒนธรรมวิถีชีวิต ลอยกระทงยังมีคุณค่าต่อเนื่องไปถึง คุณค่าต่อครอบครัว ทำให้พ่อ แม่ลูก ได้ทำกิจกรรมด้วยกัน เช่น ช่วยกันประดิษฐ์กระทงและไปลอยกระทงร่วมกัน ทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน ทำให้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ สนุกสนานร่วมกัน ทั้งยังช่วยสืบทอดช่างฝีมือท้องถิ่น

Nov 2

โพสต์ก่อนหน้านี้ ได้กล่าวถึงเพลงลอยกระทงเวอร์ชั่นดั่งเดิมไปแล้ว? วันนี้ไปเจอเพลงลอยกระทงเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมาครับ? ดังเนื้อร้องต่อไปนี้

เพลง? : Loy Krathong

November full moon shine
Loy Krathong
Loy Krathong
And the water is high
In the gold river and the Klong

Loy Loy Krathong
Loy Loy Krathong
Loy Krathong is here
And everybody?s full of cheer

We?re together at the Klong
Each one floats his Krathong
in the river and we pray
We can see a better day

เดี๋ยวลองหามิวสิควีดีโอดูก่อนครับ? หากหาได้ยังไงจะนำมาอัพเดตให้ได้ฟังกันครับ?? และตอนนี้เทศกาลลอยกระทงก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ? มาร่วมนับถอยหลังกันครับ

ปล. เพลงลอยกระทงภาคภาษาอังกฤษนี้ ใช้ทำนองเดียวกับเพลงรำวงวันลอยกระทง ภาคภาษาไทยครับ? ยังไงลองฝึกร้องกันดูครับผม

Oct 29

“วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริง วันลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอยกระทงกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ”

คงไมมีใครไม่รู้จักเพลง “รำวงวันลอยกระทง ” เพราะเพลงนี้แสดงถึงวิถีชีวิตคนไทย หลอมรวมกับประเพณีที่ดีงาม สืบสานเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของคนไทยกันเลยทีเดียว จนมีเรื่องเล่าว่ามีวิธีทดสอบสัญชาติคนในแถบชายแดนไทยพม่า หากเจ้าหน้าที่สงสัยว่าบุคคลผู้นั้นเป็นคนไทยหรือคนพม่ากันแน่ ก็จะให้ร้องเพลง 2 เพลง นั่นก็คือเพลงชาติ และเพลงรำวงวันลอยกระทง หากใครร้องได้และบอกชื่อถูก ก็ได้ชื่อว่าผ่านการทดสอบเบื้องต้นกันเลยทีเดียว ดังนั้นใครร้องเพลงชาิติและเพลงรำวงวันลอยกระทงยังไม่ถูก ต้องกลับไปฝึกร้องจนชำนาญ ไม่แน่นะ วันหนึ่งคุณอาจพลัดหลงไปอยุ่ในกลุ่มคนต่างด้าว ร้องผิดร้องถูก อายคนต่างด้าวเค้านะครับ

YouTube Preview Image

เอาเป็นว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลลอยกระทงกันแล้ว คิดถึงการประกวดขบวนกระทง และการประกวดนางนพมาศจริง ๆ แต่ละคนสวย ๆ ท้างน้านนนน เห็นบล็อกน้องนะโมเขียนเรื่องประเพณีลอยกระทง ก็อยากจะช่วยสนับสนุน ช่วยดัน ช่วยโปรโมต ติดตามอ่านเรื่องราวของประเพณีลอยกระทง เวอร์ชั่นน้องนะโมแบบฉบับของล้านนา ได้ที่นี่เลย “ลอยกระทง

+++ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้องกับวันลอยกระทงอีกที่นึงของเด็กชายเจมส์ครับ? เทศกาลลอยกระทง

« Previous Entries Next Entries »